6 ไอเดียแต่งตัวชิคๆ มิกซ์ให้แมทช์กับผ้าใบ Adidas

 

นอกจากรองเท้าผ้าใบสีขาว อย่างคอนเวิร์ส จะกลับมาฮิตในกลุ่มสาวๆ กันอีกครั้งแล้ว ต้องบอกว่า ยังมีรองเท้าผ้าใบสีขาวอีกหนึ่งแบรนด์ที่กลับมายึดพื้นที่อันดับหนึ่งในดวงใจของสาวๆ ให้ต้องควักกระเป๋าซื้อแถมพรีออเดอร์กันให้พรึ่บเลยทีเดียวค่ะ สำหรับรองเท้าผ้าใบ Adidas รุ่น Superstar ที่มีหลากสีหลายอิดิชั่นออกมาให้สาวๆ เลือกใส่กันเพียบ! ซึ่งก็เชื่อว่านาทีนี้นอกจากรองเท้าผ้าใบสีขาวแบรนด์อื่นๆ แล้ว แบรนด์นี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สาวๆ ไม่มีไม่ได้เลยล่ะ! (คลิกอ่าน 6 รองเท้าผ้าใบสีขาว ที่สาวๆ ไม่มีไม่ได้แล้วว)
แต่งานนี้สาวไหนที่มีผ้าใบสีขาวทรงสวยนี้ไว้ในครอบครองแล้ว ก็อย่าลืมแต่งตัวให้แมทช์กับรองเท้า ตาม 6 ไอเดียที่ Women Society มาฝากนี้ เพื่อให้ได้ลุคสุดเริ่ด สวยเกิดทุกชุดนะคะ

1. Adidas + กระโปรงทรงดินสอ

สำหรับสาวที่ชอบใส่กระโปรง งานนี้ลองเก็บกระโปรงตัวสั้นเข้าตู้ แล้วเปลี่ยนมาเป็นกระโปรงยาวเลยเข่าทรงดินสอกันบ้าง ก็เก๋ไม่นย้อยค่ะ และถ้ายิ่งแมทช์กับรองเท้าผ้าใบ Adidas ด้วยล่ะก็ ดูเป็นสาวเท่สาวคูลขึ้นไปอีก!
2. Adidas + ชุดเดรส

ใครว่าชุดเดรสตัวยาวจะใส่ได้กับแค่รองเท้าส้นเตี้ย รองเท้าแตะเท่านั้นล่ะค่ะ ลองฉีกลุคมาเป็นสาวหวานปนเท่ ด้วยการเอาชุดเดรสมาแมทช์กับรองเท้า Adidas ก็น่าสนใจไม่น้อย!
3. Adidas + กางเกงเข้ารูปขาเต่อนิดๆ

ช่วงนี้เทรนด์ใส่กางเกงพับขา หรือกางเกงขายาวที่ดูเต่อนิดๆ กำลังมาค่ะสาวๆ หากอยากให้ดูอินเทรนด์มากขึ้นไปอีก ก็หยิบมาแมทช์กับรองเท้า Adidas ซะเลย! รับรอง เริ่ด!

4. Adidas + กางเกงยีนส์

หากอยากได้เบสิคลุคที่แต่งง่ายๆ แถมดูยังไงก็มินิมอลสุดๆ คว้ากางเกงยีนส์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะทรงบอยเฟรนด์ ทรงขาบาน หรือทรงขาเดฟ มาแมทช์กับรองเท้าผ้าใบ Adidas ด่วนๆ เลยค่ะ งานนี้แค่ใส่เสื้อยืดธรรมดาๆ สักตัว ก็ดูดีได้แบบไม่ต้องแต่งเยอะ!
5. Adidas + กางเกงสกินนี่

ส่วนสาวไหนที่อยากได้ลุคสวยเปรี้ยวแต่แอบเท่ ก็ต้องกางเกงยีนส์สกินนี่รัดรูปกับรองเท้า Adidas เลยค่ะ บอกเลยว่า ไม่ต้องใส่ส้นสูงสูงปรี๊ด ก็สวยฮฮตได้นะ!
6. Adidas + กางเกง Culottes

มาแรงไม่มีตกจริงๆ ค่ะ สำหรับกางเกงทรงขาบาน ความยาว 4-5 ส่วน หรือกางเกง Culottes ที่นาทีนี้ไม่ว่าสาวไหนก็ต้องมีติดตู้ไว้สักตัว แต่นอกจากกางเกงทรงนี้จะแมทช์กับรองเท้าส้นสูงได้สวยแล้ว แต่ขอบอกว่า แมทช์กับรองเท้าผ้าใบ ก็มีสไตล์ไม่แพ้กัน!

กินผักผลไม้แบบไหนได้ประโยชน์

 

 

คนไทยได้รับคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขภาพหลายปีแล้วว่า ให้กินข้างครึ่งหนึ่ง ผักและผลไม้ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สุขภาพดี จึงมีประเด็นให้ถามว่า คำแนะนำนี้ใครได้ประโยชน์

คนไทยควรกินผักและผลไม้อะไร

ผู้เขียนขอแนะนำว่า กินผักสด (ซึ่งอาจต้มหรือลวก) และผลไม้ที่มีสัญชาติไทย เพราะราคาน่าจะถูกและสดดี เหตุผลประการหลังค่อนข้างแน่ แต่ประการแรกขึ้นกับว่าเป็นผักผลไม้อะไร เพราะบางครั้งชมพู่เพชรนั้น แพงกว่าแอปเปิลจากอเมริกาเสียอีก ส่วนผักสดและผลไม้จากจีนนั้น ราคามักถูกกว่าที่ปลูกในไทย เนื่องจากมีผู้หวังดีได้ทำสัญญาระหว่างชาติกับจีน จนทำให้ผักสดและผลไม้จีน (แทบ) ไม่ต้องเสียภาษีแล้ว เรื่องนี้ชาวไร่ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ของไทย คงซาบซึ้งใจดี

สิ่งหนึ่งที่เราอาจกังขา คือ ผักสดและผลไม้จากจีนนั้น ใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ เพราะเราคงไม่มีปัญญาตรวจสอบแน่ เนื่องจากกลายเป็นตลาดเสรีไปแล้ว ขนาดตอนยังไม่เสรียังไม่ได้ตรวจเลย ต้องรอให้มีเหตุร้ายก่อนถึงจะทำเสียที ไม่ต้องดูอื่นไกล ท่านผู้อ่านยังจำเรื่องนมปนเปื้อนเมลามีนได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามผักผลไม้ก็เป็นของดีและจำเป็นต้องบริโภค เกษตรกรไม่ว่าชาติใดคงไม่เอาผักและผลไม้ไปชุบสารพิษแล้วมาขายแน่ อย่างมากก็แค่พ่นยาฆ่าแมลงหนักไปหน่อยเท่านั้น ดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องกินผักผลไม้จากจีนแล้ว ล้างได้…ล้าง ปอกได้…ปอก แช่น้ำยาล้างผักได้…แช่ ทำทุกอย่างที่คิดว่าทำแล้วมันสะอาด ก็ควรสบายใจ…แล้วกินได้

นักวิชาการมักแนะนำว่าผักสดและผลไม้ควรมีสีเข้มหน่อย เพราะสีของผักผลไม้มักบ่งว่ามีพฤกษเคมีชนิดป้องกันความเสียหาย ซึ่งเกิดจากอนุมูลอิสระที่เกิดระหว่างการใช้พลังงานในร่างกาย และกระตุ้นกระบวนการทำลายสารพิษในอวัยวะต่างๆ ผักสดและผลไม้ไทยสีเข้มนั้นหาได้ไม่ยาก ที่ราคาถูกก็มีมาก แถมบางอย่างอาจขึ้นข้างรั้วบ้านท่าน เช่น ตะขบ มะม่วงหาวมะนาวโห่ ชำมะเลียง พุทราไทย เป็นต้น ท่านผู้อ่านควรมีโอกาสไปตลาดสด ตลาดน้ำ หรือแม้แต่ซูเปปอร์มาเก็ตก็ได้ (ถ้ามีสตางค์พอ) แล้วเลือกหาผักสดและผลไม้สีเข้มบริโภค ส่วนผลไม้เนื้อสีขาว เช่น เงาะ ลำไย นั้น ควรกินแต่พอหายอยาก เพราะมีสารที่เป็นประโยชน์ค่อนข้างน้อย และมีน้ำตาลมากไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไร เช่น กรณีเนื้อมังคุดสีขาว ก็มีสารต้านอนุมูลอิสระพอดูได้

สารต้านอนุมูลอิสระเกือบทุกชนิด มีลักษณะที่คล้ายกันคือมีทั้งคุณและโทษ การได้รับสารพวกนี้น้อยไปก็มีปัญหา มากไปก็เป็นปัญหา ต้องพอดีจึงมีประโยชน์

กรณีกินมากไปสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถเปลี่ยนให้เหล็ก (และโลหะอื่น เช่น ทองแดง สังกะสี เซลีเนียม เป็นต้น) ไปอยู่ในรูปที่สามารถกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระด้วยปฏิกิริยาเคมีที่มีการพิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้น ผลการกินสารต้านอนุมูลอิสระ (ในรูปไม่ธรรมชาติ) มากเกินไปอาจส่งผลคล้ายการศึกษาในหลายประเทศ ที่มีการเสริมเบต้าแคโรทีนให้ตำรวจจราจาร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด แต่ผลปรากฏว่าตำรวจเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น ดังนั้น ขอให้ยึดหลักที่ว่า บรรพบุรุษเราไม่เคยกินสารสกัดอะไรเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็มีร่างกายแข็งแรงสุขภาพดี

กินผักผลไม้ผงหรืออัดเม็ดดีไหม
คำตอบง่ายๆ คือ ดีกว่าไม่ได้กินอะไรเลย แต่จะให้ดีควรกินจากผลไม้หรือใบผักธรรมชาติ ทั้งนี้ เพราะการเอาผักและผลไม้มาอัดเม็ดนั้น เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต ยกเว้นกรณีเดียวคือสิ่งที่เอามาอัดเม็ดนั้น ได้ถูกนำเอาส่วนอื่นของมันไปขายได้ประโยชน์แล้ว จากนั้นจึงเอาส่วนที่เหลือมาอัดเม็ดได้ ก็เป็นกำไรเหนาะๆ ซึ่งราคาขายไม่ควรแพงนัก ถ้าไม่จ่ายค่าโฆษณามากเกินไป

การกินผักผลไม้ผงหรืออัดเม็ดนั้น อาจได้ในสิ่งที่ควรได้ไม่ครบ เพราะในการผลิตอาจมีความร้อนจากแรงอัดเม็ด หรือการทำให้แห้ง (ก่อนบดเป็นผง) ด้วยความร้อน ซึ่งต่างจากการกินผักผลไม้สด ซึ่งจะได้สารอาหารหลักที่ควรได้ นอกเหนือจากการได้ใยอาหาร คือ วิตามินและเกลือแร่ สารอาหารทั้งสองชนิดนี้มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของเซลล์

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เจริญถึงขั้นที่ทราบแล้วว่าการขาดวิตามินนั้น นำไปสู่การเป็นโรคต่างๆ เช่น ขาดวิตามินบี 1 ทำให้ผิวหนังเป็นเพลลากรา ขาดวิตามินบี 2 ทำให้มีอาการปากนกกระจอก ขาดวิตามินซี ทำให้เลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น ที่สำคัญวิตามินเกือบทุกชนิดมีส่วนทำให้หน่วยพันธุกรรมถาวรไม่กลายพันธุ์ง่าย

ผู้ที่ประสงค์จะกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทผักผลไม้ผงนั้น หากเป็นคนที่กินอาหารไม่ครบห้าหมู่ ไม่ออกกำลังกาย แค่จะขึ้นบันได 3-4 ชั้น ก็หมดปัญญา ดูดบุหรี่ ดวดเหล้า เป็นอาจิณ พร้อมไปกับการนอนดึกตื่นสาย ถ้าต้องการกินก็กินเถอะ เผื่อจะมีอะไรดีขึ้น…สักนิดหนึ่ง

การกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพวกผักผลไม้อัดเม็ดนั้น เป็นการบริโภคสารอาหารเฉพาะ ซึ่งอาจไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการ ที่สำคัญคือ ซาร่าไม่เคยออกมาบอกจอร์ซเลยว่า มันอร่อยสุดๆ ดังนั้น ไม่ยากเลยถ้าต้องการอาหารครบห้าหมู่และอร่อย เพียงแวะเข้าร้าน ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ (ที่สะอาด) ท่านผู้อ่านก็สามารถมีความสุขในการกินพร้อมทั้งสุขภาพที่ดีด้วย

รวบเพิ่ม ! สาวแก้ม-เจ๊บีม ลวงค้ากามหลังเด็กวัย 14 ถูกรุมโทรม

kaii1 (1)
ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เผยชื่อ สาวแก้ม-เจ๊บีม ลวงเด็ก 14 ค้ากามหลังถูกรุมโทรม ก่อนเข้ารวบเพิ่มช่วงหัวค่ำวันที่ 19 เมษายน 2560

วันที่ 19 เมษายน 2560 พล.ต.ต. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่หาหลักฐานนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลเพียงพอที่จะดำเนินการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 2 รายคดีรุมโทรม คือ น.ส.ปวีณ์สุดา หรือ แก้ม และ นายธนพัตร หรือเจ๊บีม
พล.ต.ต. กรไชย ระบุว่า ได้แจ้งข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้ โดยร่วมกันแสวงหาประโยชน์มิชอบจากการเป็นธุระจัดหาเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการค้าประเวณี เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แม้เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม หรือโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีพฤติการณ์ติดต่ออผู้ใหญ่ที่ต้องการซื้อขายบริการ และติดต่อตกลงเรื่องราคาการค้าบริการด้วย โดยล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับแล้ว และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว น.ส.ปวีณ์สุดา และ นายธนพัตร ได้แล้วที่ จ.สุพรรณบุรี และนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติ่มที่ บก.ปคม. เวลาประมาณ 20.00 น. วันนี้ (19 เมษายน)

รวบเพิ่ม ! สาวแก้ม-เจ๊บีม ลวงค้ากามหลังเด็กวัย 14 ถูกรุมโทรม

kaii1 (2)
ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เผยชื่อ สาวแก้ม-เจ๊บีม ลวงเด็ก 14 ค้ากามหลังถูกรุมโทรม ก่อนเข้ารวบเพิ่มช่วงหัวค่ำวันที่ 19 เมษายน 2560

วันที่ 19 เมษายน 2560 พล.ต.ต. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่หาหลักฐานนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลเพียงพอที่จะดำเนินการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 2 รายคดีรุมโทรม คือ น.ส.ปวีณ์สุดา หรือ แก้ม และ นายธนพัตร หรือเจ๊บีม
พล.ต.ต. กรไชย ระบุว่า ได้แจ้งข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้ โดยร่วมกันแสวงหาประโยชน์มิชอบจากการเป็นธุระจัดหาเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการค้าประเวณี เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี แม้เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม หรือโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีพฤติการณ์ติดต่ออผู้ใหญ่ที่ต้องการซื้อขายบริการ และติดต่อตกลงเรื่องราคาการค้าบริการด้วย โดยล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับแล้ว และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว น.ส.ปวีณ์สุดา และ นายธนพัตร ได้แล้วที่ จ.สุพรรณบุรี และนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติ่มที่ บก.ปคม. เวลาประมาณ 20.00 น. วันนี้ (19 เมษายน)

ฟังคำสารภาพ 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก 14 อ้างฝ่ายหญิงเล่นด้วย ย้ำไม่ได้รุมโทรม

40ef18a0-3832-4eb5-9dc3-d67ba7ab2ac1เปิดคำสารภาพ 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็กหญิง 14 ปี รับเข้าไปคุยเห็นมีท่าทีเล่นด้วยจึงชวนไปมีเพศสัมพันธ์ ย้ำไม่ได้ รุมโทรม-ข่มขืน เผยผู้เสียหายเลือกที่ร่วมหลับนอน
จากกรณีคดีรุมโทรมเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่พื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม โดยตอนแรกมีแค่ นายไก่ ที่ถูกจับกุมคนเดียว ก่อนที่ต่อมาจะมีเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายสุนัย บุญแป้น หรือ เจ และนายธนวัฒน์ กำแหงคุมพล หรือ มิ้ง ในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี เข้าข่ายโทรมหญิงและพรากผู้เยาว์ ซึ่งมีการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วนั้น (อ่านข่าว : คุมตัว 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก 14 ทำแผนฯ ยันไม่ได้รุมโทรม บอกน้องเลือกที่เอง)
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวสองผู้ต้องหาไปที่ร้านเกม พี เอ็นพี บริการ ในตลาดด่านช้าง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.และตำรวจ สภ.ด่านช้าง กว่า 50 นาย คุ้มกันเพราะเกรงว่าจะถูกประชาชนรุมประชาทัณฑ์
ด้านผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุมาที่ร้านมาประมาณ 01.00 น. โดยผู้เสียหายนั่งกินเหล้าอยู่กับเพื่อนบริเวณหลังร้านเกม ต่อมาได้เข้าไปพูดคุยจีบ โดยฝ่ายหญิงมีท่าทีเล่นด้วย ก่อนจะนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการรุมโทรม เพราะเกิดขึ้นคนละช่วงเวลากัน โดยผู้เสียหายยินยอมเองด้วย นอกจากนี้ผู้เสียหายยังเลือกจุดที่ใช้เป็นที่หลับนอนภายในร้านเกม ทั้งนี้ไม่ได้มีการบังคับข่มขู่แต่อย่างใด
ล่าสุด พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจสุพรรณบุรี คุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุรุมโทรมได้แล้ว 4 ราย เป็นไปตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี 2 ราย และคุมตัวเยาวชน 2 ราย โดยแจ้งต่อศาลเยาวชนฯ แล้วทั้ง 4 คน ฐานร่วมกันโทรมหญิง และพรากผู้เยาว์ ซึ่งกรณีนี้เป็นคนละส่วนกับคดีของ นายไก่ ที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า นอกจาก 4 คนนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวน ปคม. ได้ขออนุมัติหมายจับ อีก 1 ราย ฐานค้ามนุษย์ และกำลังติดตามตัว ส่วนที่มีการกังขาว่ามีลูกอดีตนายตำรวจร่วมก่อเหตุ แล้วจะทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น ยืนยันว่าไม่มีอิทธิพลใด ๆ มาทำให้คดีผิดเพี้ยนได้ ส่วนที่เกิดก่อนนี้ตนได้สั่งการให้แก้ไข ทำให้ถูกต้องแล้ว คดีนี้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม

ฟังคำสารภาพ 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก 14 อ้างฝ่ายหญิงเล่นด้วย ย้ำไม่ได้รุมโทรม

40ef18a0-3832-4eb5-9dc3-d67ba7ab2ac1เปิดคำสารภาพ 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็กหญิง 14 ปี รับเข้าไปคุยเห็นมีท่าทีเล่นด้วยจึงชวนไปมีเพศสัมพันธ์ ย้ำไม่ได้ รุมโทรม-ข่มขืน เผยผู้เสียหายเลือกที่ร่วมหลับนอน
จากกรณีคดีรุมโทรมเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่พื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม โดยตอนแรกมีแค่ นายไก่ ที่ถูกจับกุมคนเดียว ก่อนที่ต่อมาจะมีเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายสุนัย บุญแป้น หรือ เจ และนายธนวัฒน์ กำแหงคุมพล หรือ มิ้ง ในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี เข้าข่ายโทรมหญิงและพรากผู้เยาว์ ซึ่งมีการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วนั้น (อ่านข่าว : คุมตัว 2 ผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก 14 ทำแผนฯ ยันไม่ได้รุมโทรม บอกน้องเลือกที่เอง)
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวสองผู้ต้องหาไปที่ร้านเกม พี เอ็นพี บริการ ในตลาดด่านช้าง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.และตำรวจ สภ.ด่านช้าง กว่า 50 นาย คุ้มกันเพราะเกรงว่าจะถูกประชาชนรุมประชาทัณฑ์
ด้านผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุมาที่ร้านมาประมาณ 01.00 น. โดยผู้เสียหายนั่งกินเหล้าอยู่กับเพื่อนบริเวณหลังร้านเกม ต่อมาได้เข้าไปพูดคุยจีบ โดยฝ่ายหญิงมีท่าทีเล่นด้วย ก่อนจะนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการรุมโทรม เพราะเกิดขึ้นคนละช่วงเวลากัน โดยผู้เสียหายยินยอมเองด้วย นอกจากนี้ผู้เสียหายยังเลือกจุดที่ใช้เป็นที่หลับนอนภายในร้านเกม ทั้งนี้ไม่ได้มีการบังคับข่มขู่แต่อย่างใด
ล่าสุด พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจสุพรรณบุรี คุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุรุมโทรมได้แล้ว 4 ราย เป็นไปตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี 2 ราย และคุมตัวเยาวชน 2 ราย โดยแจ้งต่อศาลเยาวชนฯ แล้วทั้ง 4 คน ฐานร่วมกันโทรมหญิง และพรากผู้เยาว์ ซึ่งกรณีนี้เป็นคนละส่วนกับคดีของ นายไก่ ที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า นอกจาก 4 คนนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวน ปคม. ได้ขออนุมัติหมายจับ อีก 1 ราย ฐานค้ามนุษย์ และกำลังติดตามตัว ส่วนที่มีการกังขาว่ามีลูกอดีตนายตำรวจร่วมก่อเหตุ แล้วจะทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น ยืนยันว่าไม่มีอิทธิพลใด ๆ มาทำให้คดีผิดเพี้ยนได้ ส่วนที่เกิดก่อนนี้ตนได้สั่งการให้แก้ไข ทำให้ถูกต้องแล้ว คดีนี้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม

กอดต่างแบบ สื่อความหมายต่างกัน

 

การกอด ไม่เพียงให้ความรู้สึกที่ดีเท่านั้น แต่ยังมีส่วนเพิ่มพลังในการบำบัดหรือเยียวยาผู้ป่วยอีกด้วย จึงอยากเชิญชวนให้คนในครอบครัวกอดกันและกันบ้าง วันละครั้งก็ยังดีค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจต้องพึงระวังสักหน่อยหากจะกอดคนที่ไม่ใช่ครอบครัวของเรา หรือแม้แต่การกอดเพื่อนก็ตามนะคะ เพราะในสังคมไทยอาจไม่ค่อยคุ้นเคยนักกับการกอดผู้อื่นหรือการกอดในที่สาธารณะ ดังนั้น หากเราจะใช้การกอดบำบัด หรือกอดเพื่อสื่อความรู้สึกต่าง ๆ แล้วก็จะต้องกอดอย่างถูกกาลเทศะ และเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทยด้วยค่ะ ซึ่งได้มีผู้รู้กล่าวถึงความหมายของการกอดแต่ละแบบไว้ดังนี้ค่ะ

1. กอดแบบหมี (Bear Hug) เป็นการกอดแบบจารีต ที่มีให้เราเห็นทั่วไป การกอดแบบนี้ควรกอดด้วยความมั่นคง เพื่อให้กำลังใจ ความอบอุ่นและความปลอดภัย มักใช้กับผู้กอดที่ทั้งคู่สูงและตัวโตไม่เท่ากัน

2. กอดแบบหน้าแนบหน้า (A Frame Hug) การกอดแบบนี้ใช้แทนคำพูด “สวัสดี” หรือ “ลาก่อน” ถือเป็นการกอดแบบสุภาพและเป็นทางการ แสดงถึงการต้อนรับหรือความชื่นชม ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หัวหน้ากอดลูกน้อง อาจารย์กอดลูกศิษย์ รวมทั้งคนที่เพิ่งรู้จักหรือเคยเห็นหน้ากัน ดังที่เราเห็นชาวต่างชาติเขามักทักทายกันด้วยการกอดแบบนี้ค่ะ

3. กอดด้วยแก้ม (Cheek Hug) เป็นการกอดโดยให้ด้านข้างของใบหน้าแนบชิดกัน แบบแก้มแนบแก้ม มืออาจโอบไหล่กันและกัน เพื่อให้หน้าแนบกันได้สนิทนุ่มนวลมากขึ้น การกอดแบบนี้ต้องทำด้วยความนุ่มนวล อ่อนโยน ในลักษณะของการสื่อถึงจิตวิญญาณ และความเมตตาปราณีต่อกัน การกอดแบบนี้สื่อสารประโยค “ฉันเสียใจด้วย” เมื่อเพื่อนกำลังผิดหวังค่ะ

4. กอดกันกลม (Sandwich Hug) เป็นการกอดสำหรับคนสามคน สองคนหันหน้าเข้าหากันโอบคนที่อยู่ตรงกลางไว้ ศีรษะทั้งสามรวมกันเป็นหนึ่ง ร่างกายสัมผัสกันอย่างอบอุ่น เป็นการสร้างความมั่นใจให้คนที่อยู่ด้านใน เมื่อเขาหรือเธอคนนั้นต้องออกไปเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก ผู้ที่กอดกันส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเพื่อน พ่อแม่กอดลูก หรือสามีภรรยาที่ร่วมกันปลอบใจหรือให้กำลังใจใครบางคน

5. กอดเป็นกลุ่ม (Group Hug) ทุกคนมายืนหันหน้าเข้าหากันเป็นวงกลม กายชิดกันมากเท่าที่จะมากได้ มือข้างหนึ่งโอบไหล่ อีกข้างโอบเอว ถ่ายทอดความรู้สึกดีๆถึงเพื่อนทั้งสองข้างผ่านการโอบรัด สักครู่หนึ่ง กลุ่มเพื่อนมักกอดกันด้วยวิธีนี้ เพื่อให้กำลังใจหรือเพิ่มความมั่นใจกันและกัน เพราะทุกคนจะรู้สึกว่าตัวเองไม่โดดเดี่ยว และเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

6. กอดจากหัวใจ (Heart-Centered Hug) เป็นการกอดที่มีพลังมาก สามารถถ่ายทอดความอ่อนโยน เอาใจใส่ การยอมรับกันและกัน รวมไปถึงกำลังใจและการสนับสนุนช่วยเหลือ ไม่จำกัดระยะเวลาในการกอด เหมาะสำหรับคนที่มีความผูกพันกันลึกซึ้งยาวนาน เช่น เพื่อนเก่าที่เคยร่วมทุกข์สุขกันมานาน เป็นต้น

ไม่ว่าเราจะเลือกกอดแบบไหน เพื่อสื่อความหมายใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเริ่มกอดด้วยใจรัก กอดด้วยสัมผัสแห่งรัก เราจะต้องมั่นใจว่าใจเราต้องรู้สึก “รัก”ก่อน รักแบบไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าคนที่อยู่ข้างหน้าตอนนั้นไม่ใช่พ่อแม่เรา ไม่ใช่ญาติ เราก็ต้องไม่กอดด้วยความสงสารหรือปราศจากความรัก มิเช่นนั้นอ้อมกอดนั้นจะเจ็บปวด เป็นอ้อมกอดรสขมและไม่ช่วยให้ดีขึ้น แต่ถ้าเมื่อไรที่กอดด้วยความรัก ความรู้สึกที่เป็นบวก ก็จะได้ผลในเชิงการบำบัดเยียวยาได้ค่ะ

กวางตุ้งดอก ผักที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ

 

พืชผักทั้งหลายส่วนใหญ่มักจะมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นอย่างมากทั้งสิ้น ดังนั้นในวันนี้เราจึงนำเรื่องราวของ ผักกวางตุ้งดอก ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายเช่นกันมาเล่าให้ทุกท่านได้ติดตามรับชม เพราะกวางตุ้งดอกเป็นพืชที่นอกจากจะมีประโยชน์และสรรพคุณมากมายแล้วที่สำคัญมันมีความอร่อยและสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่างเลยทีเดียว
ผักกวางตุ้งดอก เป็นพืชที่ปลูกง่ายและปลูกได้ทุกฤดูกาล โดยมันจะสามารถนำมาแกงจืดก็ได้ ผัดก็ดี หรือไม่ก็นำมาลวกกินกับน้ำพริก อีกทั้งยังสามารถนำมาทำอาหารได้อีกมากมายหลายอย่าง ที่สำคัญผักกวางตุ้งดอกก็มีคุณค่าทางอาหารไม่ต่างจากกวางตุ้งโดยทั่วไปเลย วิธีการปลูกกวางตุ้งดอก

สำหรับการปลูก กวางตุ้ง นั้นการเตรียมดินก็ไม่ยากอะไรเลย โดยเริ่มจากการให้นำน้ำหมักไปราดให้ทั่วปบริเวณที่จะปลูก โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ 1 ช้อนโต๊ะ/ น้ำ 10 ลิตร แล้วขุดดินตากแดดไว้ประมาณ 2 วัน และนำแกลบดิบใส่ลงในแปลงปลูก แล้วจึงไถพรวนเพื่อเป็นการย่อยดิน ซึ่งก่อนไถจะต้องจะต้องใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปก่อน ในอัตรา 50 กก./แปลง โดยหากพื้นที่ที่ปลูกเป็นที่ต่ำให้ทำการขึ้นแปลง แต่ถ้าเป็นที่สูงน้ำไม่ท่วมขังก็ให้ปลูกแบบแปลงใหญ่ได้เลย แต่ให้เว้นช่องทางเดินประมาณ 50 ซม. จากนั้นก่อนการหว่านเมล็ดก็ให้ทำการรดน้ำให้ชุ่มเสียก่อน จากนั้นให้ทำการผสมทรายกับเมล็ดแล้วหว่านลงแปลงปลูก ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม่ให้กระจุกตัว

หลังการหว่านเมล็ดให้ทำการรดน้ำให้ชุ่มเช้า-เย็น จนเมื่อกวางตุ้งดอกมีอายุได้ 15 วัน ก็ให้ใช้น้ำหมักผสมกับน้ำแล้วนำไปรดกวางตุ้งดอกทุก 3-5 วัน และทำการบำรุงต้นด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 1 กก./ไร่ แต่ให้หว่านแบบบางๆ และถ้าต้องการกระตุ้นให้มันมีดอกมากๆ ก็ต้องทำการเด็ดยอด โดยให้เด็ดบริเวณลำต้นที่ติดกับบริเวณรากออกแต่ให้เลี้ยงใบคู่ล่างเอาไว้ด้วย หลังจากนั้นก็ให้น้ำ และเมื่อผ่านไป 3 วัน ก็ให้ใสปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 1 กก./ไร่
กวางตุ้งดอก ผักที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ

พืชผักทั้งหลายส่วนใหญ่มักจะมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นอย่างมากทั้งสิ้น ดังนั้นในวันนี้เราจึงนำเรื่องราวของ ผักกวางตุ้งดอก ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมายเช่นกันมาเล่าให้ทุกท่านได้ติดตามรับชม เพราะกวางตุ้งดอกเป็นพืชที่นอกจากจะมีประโยชน์และสรรพคุณมากมายแล้วที่สำคัญมันมีความอร่อยและสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่างเลยทีเดียว

ผักกวางตุ้งดอกนั้นเป็นผักที่อุดมไปด้วยแคลเซียม และมีวิตามินเอและวิตามินซีในปริมาณสูง อีกทั้งมันยังมีเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารอาหารที่มีหลากหลายนี้ทำให้กวางตุ้งดอกมีประโยชน์ทั้งในเรื่องช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย อีกทั้งยังช่วยบำรุงกระดูกและฟันรวมทั้งสายตา นอกจากนี้มันยังลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคมะเร็ง และยังมีสรรพคุณอีกมากมาย ซึ่งหากกินกวางตุ้งดอกเข้าไปก็เท่ากับได้รับทั้งความอร่อยและได้รับประโยชน์แบบเต็มๆ กันเลยทีเดียว

ชัดแล้ว ! เด็กหญิงวัย 14 ถูกรุมโทรม-เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ จับเพิ่มอีก 2 ราย

a1_537 (1)ตำรวจรวบทันควันอีก 2 ราย แก๊งวัยรุ่นรุมขืนใจ ด.ญ. วัย 14 ที่ด่านช้าง เตรียมเอาตัวทำแผนวันนี้ เผยขอหมายจับอีกหลายคนข้อหารุมโทรม-ค้ามนุษย์

วันที่ 19 เมษายน 2560 ที่กองบินตำรวจ ดอนเมือง พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง เปิดเผยกรณีมารดาของเด็กหญิงวัย 14 ปี เข้าร้องเรียนให้ช่วยคลี่คลายคดีที่บุตรสาวตกเป็นเหยื่อรุมโทรม ในพื้นที่ สภ.ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 แต่คดีไม่มีความคืบหน้าและไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ว่า ล่าสุดได้รับรายงานจาก พล.ต.ต. สุคุณ พรหมายน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี รายงานว่า พนักงานสอบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 เมษายน 2560 ศาลจังหวัดสุพรรณบุรีได้อนุมัติหมายจับที่ 114 และ 115/2560 ให้จับกุมนายสุนัย หรือ เจ บุญแป้น ชาว อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และนายธนวัฒน์ หรือ มิ้ง กำแหงคุมพล ชาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี เข้าข่ายโทรมหญิงและพรากผู้เยาว์ โดยจับกุมทั้ง 2 ได้แล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา เตรียมตัวจะนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในเที่ยงวันนี้

และพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอีก 2 ราย ต่อศาลเยาวชนจังหวัดสุพรรณบุรี ในข้อหาเดียวกัน ขณะที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. ก็เตรียมจะขอหมายจับผู้ต้องหา 1 รายในข้อหาความผิดฐานค้ามนุษย์

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าเด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกลวงเป็นเหยื่อในการค้ามนุษย์ โดยมีการนำให้กลุ่มผู้ต้องหา 4 ราย คือ นายธนวัฒน์ นายสุนัย และเยาวชนที่กำลังไปขออนุมัติหมายจับอีก 2 ราย ร่วมกันรุมโทรมในสถานที่แห่งหนึ่ง ก่อนนำตัวไปให้นายไก่ที่ถูกดำเนินคดีแล้วข่มขืน อย่างไรก็ตาม หากพบมีผู้เกี่ยวข้องกระทำผิดอีกก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด

สำหรับข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ในส่วนของพนักงานสอบสวนที่รับคดีแต่แรกนั้น ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและสอบสวนวินัย พร้อมย้ายออกนอกพื้นที่แล้ว ขณะที่ พ.ต.อ. นิวัติ มาตะราช ผู้กำกับการ สภ.ด่านช้าง นั้น มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ไปพิจารณาดำเนินการตามสายบังคับบัญชา

ชัดแล้ว ! เด็กหญิงวัย 14 ถูกรุมโทรม-เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ จับเพิ่มอีก 2 ราย

a1_537 (1)ตำรวจรวบทันควันอีก 2 ราย แก๊งวัยรุ่นรุมขืนใจ ด.ญ. วัย 14 ที่ด่านช้าง เตรียมเอาตัวทำแผนวันนี้ เผยขอหมายจับอีกหลายคนข้อหารุมโทรม-ค้ามนุษย์

วันที่ 19 เมษายน 2560 ที่กองบินตำรวจ ดอนเมือง พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง เปิดเผยกรณีมารดาของเด็กหญิงวัย 14 ปี เข้าร้องเรียนให้ช่วยคลี่คลายคดีที่บุตรสาวตกเป็นเหยื่อรุมโทรม ในพื้นที่ สภ.ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 แต่คดีไม่มีความคืบหน้าและไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ว่า ล่าสุดได้รับรายงานจาก พล.ต.ต. สุคุณ พรหมายน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี รายงานว่า พนักงานสอบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 เมษายน 2560 ศาลจังหวัดสุพรรณบุรีได้อนุมัติหมายจับที่ 114 และ 115/2560 ให้จับกุมนายสุนัย หรือ เจ บุญแป้น ชาว อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และนายธนวัฒน์ หรือ มิ้ง กำแหงคุมพล ชาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ในข้อหาร่วมกันกระทำชำเราผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี เข้าข่ายโทรมหญิงและพรากผู้เยาว์ โดยจับกุมทั้ง 2 ได้แล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา เตรียมตัวจะนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในเที่ยงวันนี้

และพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอีก 2 ราย ต่อศาลเยาวชนจังหวัดสุพรรณบุรี ในข้อหาเดียวกัน ขณะที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. ก็เตรียมจะขอหมายจับผู้ต้องหา 1 รายในข้อหาความผิดฐานค้ามนุษย์

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าเด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกลวงเป็นเหยื่อในการค้ามนุษย์ โดยมีการนำให้กลุ่มผู้ต้องหา 4 ราย คือ นายธนวัฒน์ นายสุนัย และเยาวชนที่กำลังไปขออนุมัติหมายจับอีก 2 ราย ร่วมกันรุมโทรมในสถานที่แห่งหนึ่ง ก่อนนำตัวไปให้นายไก่ที่ถูกดำเนินคดีแล้วข่มขืน อย่างไรก็ตาม หากพบมีผู้เกี่ยวข้องกระทำผิดอีกก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด

สำหรับข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ในส่วนของพนักงานสอบสวนที่รับคดีแต่แรกนั้น ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและสอบสวนวินัย พร้อมย้ายออกนอกพื้นที่แล้ว ขณะที่ พ.ต.อ. นิวัติ มาตะราช ผู้กำกับการ สภ.ด่านช้าง นั้น มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ไปพิจารณาดำเนินการตามสายบังคับบัญชา