“กาเบรียล บาดิญ่า” อดีตกองหลังทีมชาติคอสตาริก้า สิ้นลมหลังวูบล้มระหว่างวิ่ง

23-1

เกิดข่าวเศร้าในวงการลูกหนังอีกครั้ง หลังจากที่ กาเบรียล บาดิญ่า อดีตกองหลังทีมชาติคอสตาริก้า เสียชีวิตกะทันหันด้วยวัยเพียง 32 ปี ระหว่างลงแข่งวิ่งระยะทาง 10 กม. ในบ้านเกิด คาดสาเหตุมาจากหัวใจวายเฉียบพลัน

รายงานระบุว่าระหว่างที่วิ่งจนใกล้ถึงเส้นชัยนั้น บาดิญ่ากลับล้มลงไปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด และหน่วยกู้ภัยไม่สามารถยื้อชีวิตเจ้าตัวไว้ได้ โดยอดีตนักเตะรายนี้เคยมีประวัติเข้าผ่าตัดเนื้องอกหัวใจมาแล้วหนหนึ่งเมื่อปี 2013 และต้องอำลาวงการลูกหนังเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บาดิญ่าเคยค้าแข้งกับซาปริสซ่า ในลีกบ้านเกิด และนิวอิงแลนด์ เรโวลูชั่น ในเมเจอร์ลีก สหรัฐ ติดทีมชาติไป 25 นัด ยิงได้ 1 ประตู เคยร่วมทีมชาติชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี รวมถึงชุดทำศึกคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ 2005 และ 2007

“ราชัน” ตาลุก สื่อกระทิงเผยค่าฉีกสัญญา “เดเคอา”

สื่อดังของสเปนรายงานข่าว “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มีโอกาสที่จะได้ตัว ดาบิด เดเคอา นายด่านของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีม หากยอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 52 ล้านปอนด์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 14 พ.ย. ว่า “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน มีโอกาสที่จะได้ตัว ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีม หากยอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 52 ล้านปอนด์

เดเคอา วัย 26 ปี ย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2011 และสามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลกไปแล้ว โดน เดเคอา นั้นเกือบย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริด ในปี 2015 แต่ดีลดังกล่าวก็ล่มลงไปในวินาทีสุดท้ายจากปัญหาเรื่องเอกสาร ก่อนที่ เดเคอา จะจรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่กับปิศาจแดง 4 ปี

รายงานข่าวล่าสุดจาก อาส สื่อดังของสเปน ระบุว่า เดเคอา มีค่าฉีกสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 52 ล้านปอนด์ ซึ่งหมายความว่าหาก เรอัล มาดริด ยอมทุ่มเงินจำนวนดังกล่าวก็อาจจะคว้าตัว เดเคอา ไปเฝ้าเสาได้ แต่คงต้องรอไปอีกอย่างน้อย 18 เดือน ถึงจะเริ่มดำเนินการเรื่อง เดเคอา เพราะ เรอัล มาดริด ถูกฟีฟ่าลงโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะ 2 ช่วง

“ชไวนี” ลั่นพร้อมช่วยผีเสมอถ้า “มู” ต้องการ

บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่าเขาพยายามเรียกความฟิตอยู่ตลอดเวลาเพื่อรอคอยโอกาสลงสนาม และหาก โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมต้องการเรียกใช้งานก็จะเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

อดีตกัปตันทีมชาติเยอรมัน ยังไม่ได้โอกาสลงสนามแม้แต่นาทีเดียวในซีซั่นนี้ หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ เดอะ สเปเชียล วัน ทำให้ถูกส่งลงไปซ้อมกับทีมสำรองอยู่พักใหญ่ ก่อนที่นายใหญ่ปีศาจแดงจะเปลี่ยนใจเรียกตัวเขากลับมาร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่อีกครั้งเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตาม อดีตดาวเตะบาเยิร์น มิวนิคยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ โดยการพยายามเรียกความฟิตอยู่ตลอดเวลา และยังคงตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมเพื่อรอคอยโอกาสกลับมาลงสนามอีกครั้ง

“ผมจะต้องพยายามรักษาความฟิตไว้ในทุกสถานการณ์ เมื่อผมเป็นที่ต้องการ” ห้องเครื่องวัย 32 กะรัต กล่าวกับ Eurosport

“ผมหวังว่าผมจะได้โอกาส ผมมองมาที่การฝึกซ้อมในทุกๆวัน และยังทำได้ดีในการฝึกซ้อมกับทีมด้วย”

“ผมไม่รู้ว่าผมจะได้โอกาสลงเล่นไหมแต่ผมก็หวังให้เป็นแบบนั้น ถ้าหากผมเป็นที่ต้องการล่ะก็ ผมจะทำทุกๆอย่างเลยล่ะ และผมก็จะพร้อมอยู่เสมอด้วย”

“ผมอายุ 32 แล้ว แต่ยังรู้สึกฟิตอยู่เลยและแน่นอนผมอยากลงเล่นในระดับสูงอีกหลายปี ซึ่งผมต้องการประสบความสำเร็จให้ได้ เราคว้าแชมป์เอฟเอคัพเมื่อปีที่แล้ว และนั่นคือหนึ่งในเป้าหมายของผม แน่นอนมันจะดีสำหรับการเล่นให้กับยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีกด้วย และบางทีเราอาจได้แชมป์”

อังกฤษเปิดบ้านถล่มสก็อตแลนด์ราบคาบ 3-0

ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มเอฟ ที่สนามเวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน เป็นการพบกันระหว่าง อังกฤษ อดีตแชมป์เมื่อปี 1966 ซึ่งจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมบ้านใกล้เรือนเคียงร่วมสหราชอาณาจักร์อย่าง สก็อตแลนด์

แกเร็ธ เซาท์เกต กุนซือขัตตาทัพฝั่งเจ้าถิ่น ซึ่งจะคุมทัพในสัญญาชั่วคราวเป็นนัดที่ 3 ปรับทัพจากนัดล่าสุดเมื่อเดือนก่อนที่บุกเสมอสโลวีเนีย 0-0 ทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ อดัม ลัลลานา, ราฮีม สเตอร์ลิง และ เวย์น รูนีย์ ที่จะได้ลงตัวจริงแทนที่ของ เดเล อัลลี, เจสเซ ลินการ์ด และ ธีโอ วัลคอตต์

ด้านผู้มาเยือนของ กอร์ดอน สตรัคคัน อดีตดาวเตะเจ้าของฉายามะพร้าวห้าวในยุค 80 เลือกใช้ผู้เล่นที่ค้าแข้งอยู่ในอังกฤษเป็นแกนหลักนำโดยสองนักเตะจากเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนอย่าง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ กับ เจมส์ มอร์ริสัน รวมถึง โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ปีกตัวจี๊ดจากฮัลล์ ซิตี้อีกด้วย

เกมในช่วง 45 นาทีแรกเป็นอังกฤษครองบอลบุกเข้าใส่ได้มากกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 24 ก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ สเตอร์ลิง ส่องไกลด้วยขวาไปติดบล็อคของ แกรนท์ ฮานลีย์ กระดอนไปทางริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาเข้าทาง ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดยัดเข้ากลางต่อให้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ พุ่งโหม่งเร็วตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ส่งให้สิงโตคำรามออกนำในช่วง 45 นาทีแรก 1-0

ครึ่งหลังเริ่มมาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น เจ้าถิ่นมาบวกลูกสองเพิ่มได้อีกอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ แดนนี โรส เปิดบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ ลัลลานา กระโดดเทกตัวโขกบอลกระดอนพื้นเสียบเสาไกลเข้าไป ช่วยให้อดีตแชมป์โลก 1 สมัยหนีห่างเป็น 2-0

ถัดมานาทีที่ 61 ทัพทรีไลออนส์มาได้ประตูที่สามเพิ่มเติมอีก จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายให้ เวย์น รูนีย์ เปิดเข้ามาในเขตโทษให้ แกรี เคฮิลล์ โฉบมาโหม่งเน้นๆเข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้อังกฤษนำห่างถึง 3-0

หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นอังกฤษที่ถล่มเอาชนะไปได้แบบไร้ปัญหา 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 10 แต้ม นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอฟต่อไป ส่วนสก็อตแลนด์หล่นไปรั้งอันดับ 5 รองสุดท้ายของสาย มีแค่ 4 คะแนนเท่าเดิม

ฝรั่งเศสพลิกแซงดับสวีเดน 2-1

เกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป นัดที่ 4 กลุ่ม เอ เกมนี้ฝรั่งเศสเจ้าบ้านใช้ ฮูโก้ ยอริส เป็นผู้รักษาประตู คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ราฟาเอล วาราน คู่กับ โลร็องต์ กอสเซียลนี แดนกลางใช้ แบรส มาตุยดี้ คู่กับ ปอล ป็อกบา แนวรุก มุสซา ซิสโซโก้, ดิมิทรี ปาเยต์ และ อองตวน กรีซมันน์ โดยมี โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยืนเป็นหน้าเป้า

ทางฝั่งทีมเยือนสวีเดน โรบิน โอลเซน เป็นผู้รักษาประตู มี อันเดรียส กรานควิสต์ จับคู่กับ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ ในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง อัลบิน เอ็คดาล คุมแดนกลางคู่กับ จาค็อบ โจฮานสัน ความหวังในแดนหน้าอยู่ที่ โอลา ตอยโวเนน และ จอห์น กุยเด็ตติ

โอกาสใกล้เคียงครั้งแรกของเจ้าบ้านในนาทีที่ 14 จากจังหวะไหลบอลของ มุสซา ซิสโซโก้ ไปให้ ดิมิทรี ปาเยต์ ได้เลี้ยงจี้แล้วปั่นด้วยขวาติดเซฟ โรบิน โอลเซน ออกหลังและโอกาสในช่วงติดๆกันจากลูกยิงของ ป็อกบา ข้ามคานไปไม่ไกล

โอกาสอีกครั้งของเจ้าบ้านจากจังหวะหลุดขึ้นมาทางขวาของ ฌิบริล ซิดิเบ้ ก่อนโยนเข้ากลางให้ อองตวน กรีซมันน์ ได้เทคตัวขึ้นโหม่งบอลหลุดเสาออกไปไม่ไกลและจบครึ่งแรกไป

เริ่มครึ่งหลังมานาทีที่ 54 ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิกของ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ยิงบอลพุ่งแล้วเปลี่ยนทิศกลางอากาศ ฮูโก้ ยอริส หลงทาง บอลพุ่งเสียบเสาเข้าประตูไป สวีเดนออกนำ 1-0

เจ้าบ้านได้ประตูตีเสมอทันควันในนาทีที่ 57 จากลูกกรีคิกของ ดิมิทรี ปาเยต์ เปิดบอลเข้ามาเป็น ปอล ป็อกบา ชิงเหลี่ยมโหม่งบอลเสียบคานเข้าประตูไป ฝรั่งเศสตีเสมอ 1-1

ฝรั่งเศสได้ประตูแซงนำในนาทีที่ 65 จากจังหวะที่ ฌิบริล ซิดิเบ้ เปิดบอลเข้ามาในเขตโทษเป็น อองตวน กรีซมันน์ ขึ้นโหม่งกดดันจนทำให้ โรบิน โอลเซน รับบอลหลุดมือไปเข้าทาง ดิมิทรี ปาเยต์ ได้ยิงโล่งๆเข้าประตูไป ทีมตราไก่นำ 2-1

โอกาสอีกครั้งในนาทีที่ 84 ของเจ้าบ้านจากจังหวะที่ ดิมิทรี ปาเยต์ ผ่านบอลให้ อองตวน กรีซมันน์ พลิกบอลก่อนได้ยิงด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลหลุดเสาออกไปแบบน่าเสียดาย

โอกาสลุ้นประตูตีเสมอของทีมเยือนในนาทีที่ 85 จาก โอลา ตอยโวเนน ผ่านบอลให้ ไอแซค คีเซ เธลิน หลุดไปได้ยิงแป้กๆบอลผ่านหน้าปากประตูไปแบบได้ลุ้น

จบเกมฝรั่งเศสเปิดบ้านเอาชนะสวีเดนไปได้ 2-1 เก็บ 3 คะแนน มีเพิ่มเป็น 10 แต้มนำเป็นจ่าฝูง ส่วนทีมเยือนมี 7 คะแนนเท่าเดิมยังรั้งอันดับ 2

โค้ชซิโก้แถลงข่าวก่อนเกมทีมชาติ ไทย v อินโดนีเซีย

%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80

“โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ออกมายืนยันในงานแถลงข่าวก่อนเริ่มทัวร์นาเม้นท์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ว่าทัพช้างศึกจะลงเล่นด้วยความสวยงามอย่างแน่นอน และจะให้เกียรติกับคู่ต่อสู้ทุกทีมที่เจอกัน พร้อมกันนั้นยังแสดงความมุ่งมั่นว่าต้องป้องกันตำแหน่งแชมป์ให้ได้เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จากรายงานของ fathailand.org เมื่อ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ทีมชาติไทย จะต้องลงแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นัดแรกในวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งก่อนการแข่งขันก็ต้องมีการแถลงข่าวรวมของทุกทีมก่อน ซึ่งทาง โค้ชซิโก้ ก็ได้ร่วมแถลงข่าวในส่วนของทีมชาติไทยด้วย
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กล่าวว่า “ทีมของเราค่อนข้างทำงานกันอย่างหนัก เพราะต้องเตรียมลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และรายการนี้แต่ทุกคนก็พยายามทำให้ดีที่สุด พยายามแข่งกับตัวเอง และรักษามาตรฐานของทีมชาติไทยเพื่อพัฒนาฟุตบอลในอาเซียนไปด้วยกัน ก็หวังว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสนุก และจะทำให้ดีที่สุด”

“เราให้เกียรติอินโดนีเซียเพราะเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ราเจองานยากเสมอเมื่อแข่งขันกับอินโดนีเซีย และทุก ๆ ทีม ฉะนั้นไม่มีงานง่ายสำหรับเราแน่นอน เราได้เห็นอินโดนีเซียอุ่นเครื่องกับเวียดนาม และพม่า ซึ่งในลีกของอินโดเองก็มีนักเตะที่ดี ฉะนั้นเราไม่ได้โฟกัสที่รายบุคคล เราก็จะดูรูปแบบวิธีการเล่นของอินโดนีเซีย ซึ่งเราเห็นแล้วว่า การที่ไปเล่นสองเกมที่อุ่นเครื่องก็สามารถทำได้ดี”

“เราต้องการเป็นแชมป์เพื่อที่จะถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพราะสองปีที่แล้วพระองค์ท่านได้ทอดพระเนต รและให้กำลังใจพวกเรา แต่ครั้งนี้พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ซึ่งสิ่งที่จะทำให้แฟนบอลชาวไทยมีความสุข และเราก็หวังว่าพระองค์ท่านจะได้ทอดพระเนตรจากสรวงสวรรค์ ฉะนั้นเกมทุกเกมเราจะให้เกียรติคู่ต่อสู้ มีสปิริต และเล่นให้สวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“คอนเต้” ยันไม่แปลกใจ “ลุยซ์” ฟอร์มสุดแจ่ม

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ เชลซี ระบุไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่ ดาวิด ลุยซ์ ปราการหลังเลือดแซมบ้า กำลังอยู่ในฟอร์มที่แข็งแกร่ง พร้อมเร้าลูกทีมทุกคนพยายามยกระดับฟอร์มขึ้นอีก

อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า ตนไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใดกับการที่เห็น ดาวิด ลุยซ์ เซนเตอร์แบ็กชาวบราซิเลียน กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับทีม

ลุยซ์ สร้างความประหลาดใจให้กับหลายๆ คน ด้วยการตัดสินใจย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลับมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากนั้นก็เริ่มโชว์ฟอร์มแกร่ง และเล่นได้เข้ากับระบบกองหลัง 3 คนที่ คอนเต้ ชอบใช้ จนตอนนี้ “สิงห์บลูส์” คว้าชัยในลีกมา 4 เกมติด แถมไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว

“ผมไม่เซอร์ไพรส์เลย เพราะผมรู้อยู่แล้วว่า ลุยซ์ เป็นกองหลังที่เก่ง แถมมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม เรากำลังทำงานกับเขาและกองหลังคนอื่นๆ เพื่อสร้างแนวรับที่แข็งแกร่งขึ้นมา เขาเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ คนหนึ่ง และคว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการ แต่เขาจำเป็นต้องประสบความสำเร็จมากขึ้นอีก และด้วยเหตุผลนี้แหละ ที่เขาได้มาอยู่กับ เชลซี และเราเองก็ต้องการซื้อเขามาด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน”

“นักเตะทุกคนในทีมเราสามารถพัฒนาขึ้นได้อีก และวิธีการเล่นแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขา ผมรู้ว่าเราสามารถทำได้ดีกว่านี้อีก ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่กับทุกคนในทีมเลย” กุนซือชาวอิตาเลียนวัย 47 ปี ร่ายยาว

ที่มา : Siamsport

ขอแก้ข่าว! “โบนุชชี่” ยันไม่เคยคุยกับซิตี้

เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ยอดปราการหลัง ยูเวนตุส ปัดข่าวเรื่องที่โทร.ไปอ้อนขอย้ายทีมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียบร้อย พร้อมย้ำตนรัก “ม้าลาย” แบบสุดขั้ว และอยากจะอยู่รับใช้สโมสรแห่งนี้ต่อไปแบบยาวๆ

เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ เซนเตอร์แบ็กคนสำคัญของ ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยืนยันว่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้น ตนไม่เคยติดต่อไปหา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องย้ายไปค้าแข้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม แต่อย่างใด

ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เฟร์ราน โซเรียโน่ ประธานบริหาร แมนฯ ซิตี้ อ้างว่า โบนุชชี่ ได้โทรศัพท์เข้ามาหาสโมสรด้วยตัวเอง เพราะอยากได้ร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม “เรือใบสีฟ้า”

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ปราการหลังทีมชาติอิตาลีวัย 29 ปี ซึ่งปัจจุบันกำลังมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนที่ต้นขา ออกมาปฎิเสธเรียบร้อย “ผมไม่เคยโทร.หาใคร และพวกเขาก็ไม่เคยติดต่อเข้ามาเช่นกัน ผมรู้สึกเหมือนกับว่า เสื้อ ยูเว่ ถูกเย็บติดกับตัวผมไปแล้ว เพราะผมหายใจกับมัน แต่การได้สวมเสื้อทีมชาติก็ถือเป็นเกียรติครั้งใหญ่สำหรับผมเช่นกัน”

“มันไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่รู้สึกว่า ตัวเองได้เป็นแบบอย่างให้กับนักเตะรุ่นหลัง ผมอยากให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ และได้ทุ่มเทเต็มร้อยยามได้สวมเสื้อตัวนี้ ตอนนี้ผมได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพนักฟุตบอลแล้ว หลายๆ คนอาจจะมีปีที่ยอดเยี่ยมอีก 1-2 ปี แต่ตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับตัวผมเองว่าจะรักษาระยะได้นานแค่ไหน”

“ผมจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อพัฒนาฝีเท้า และพยายามเป็นกำลังสำคัญให้กับ ยูเว่ และทีมชาติต่อไปเรื่อยๆ” อดีตแข้ง อินเตอร์ มิลาน ร่ายยาว

“ปาเกียว” ประกาศสอย “วาร์กาส” คว้าแชมป์องค์กรมวยโลกสมัย 3

แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยโลกจากฟิลิปปินส์ ที่เปลี่ยนใจกลับมาขึ้นสังเวียนผืนผ้าใบอีกครั้ง ทั้งที่ประกาศแขวนนวมได้แค่ 7 เดือน ตั้งเป้าคว้าแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ขององค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) ที่ตัวเองเคยเป็นแชมป์ 2 สมัย มาจากเจสซี่ วาร์กาส เจ้าของแชมป์คนปัจจุบันจากสหรัฐอเมริกา ที่มีอายุน้อยกว่าถึง 10 ปี ในการเจอกันที่สนามกีฬาโธม้ส แอนด์ มาร์ค เซ็นเตอร์ นครลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 5 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเช้าวันถัดมาที่ 6 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย

ปาเกียวที่จะอายุครบ 38 ปีเต็มปลายปีนี้ เคยอำลาวงการมวยหลังไฟต์ชนะคะแนนทิโมธี แบร๊ดลีย์ จากสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน เพราะเตรียมลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งวุฒิสภาฟิลิปปินส์ในขณะนั้น และต้องการทุ่มเทเวลากับการพัฒนาประเทศบ้านเกิด แต่เปลี่ยนใจหลังชนะเลือกตั้งไม่นาน ให้สัมภาษณ์หลังการชั่งน้ำหนักกับวาร์กาสที่ผ่านพิกัดทั้งคู่ ต่อหน้าสักขีพยานซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนมวยเกือบ 1,000 คน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า

แม้ครั้งนี้ตัวเองจะอยู่ในฐานะแค่ผู้ท้าชิง แต่จะเอาแชมป์เวลเตอร์เวตของดับเบิลยูบีโอมาจากวาร์กาสให้ได้

ก่อนหน้านี้ ปาเกียวเคยได้แชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ของดับเบิลยูบีโอ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2009 ที่ชนะ “ทีเคโอ” มิเกล ค็อตโต้ จากเปอร์โตริโก และเสียแชมป์ให้แบร๊ดลีย์ที่มีปัญหาฉาวของการนับคะแนนกรรมการกลางปี 2012 และทวงแชมป์คืนได้สำเร็จในไฟต์แก้มือแบร๊ดลีย์อีก 2 ปีให้หลัง ก่อนเสียแชมป์ให้ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ในไฟต์หยุดโลกปีต่อมา

ปัจจุบัน ปาเกียวมีสถิติชก 66 ไฟต์ ชนะ 58 ครั้ง และเป็นการชนะไม่ครบยก 38 ครั้ง แพ้ 6 ครั้ง และเสมอ 2 ครั้ง

ส่วนวาร์กาสชก 28 ครั้ง ชนะ 27 ครั้ง ซึ่งเป็นการชนะไม่ครบยก 10 ครั้ง และแพ้ 1

“โซเซียดาด” เปิดบ้านอัดตราหมี 2-0

เกมลาลีกาสเปนนัดที่ 11 ของฤดูกาลเกมนี้ใช้ เคโรนีโม รูยี เป็นผู้รักษาประตู แนวรับ มิเกล กอนซาเลซ จับคู่กับ ราอูล นาบาส แดนกลางมีตัวหลักอย่าง ชาบี ปริเอโต้กับ อาเซียร์ อียาร์ราเมนดี้ แนวรุก คาร์ลอส เวลา, วิลเลียน โชเซและมิเกล โอยาร์ซาบัล

ทางฝั่งทีมเยือนของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน มาในระบบ 4-4-2 ยาน โอบลัค เป็นผู้รักษาประตู แนวรับ ดีเอโก้ โกดิน จับคู่กับ สเตฟาน ซาวิค แดนกลางเป็น กาบี้กับโกเก้ แนวรุก ซาอูล นิเกวซ และ ยานนิค การ์ราสโก้ คู่กองหน้า เควิน กาเมโร คู่กับ อองตวน กรีซมันน์ ที่ลงสนามเจอทีมเก่า

เจ้าบ้านได้ลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ อาเซียร์ อียาร์ราเมนดี้ ได้ลองสับไกยิงจากนอกกรอบเขตโทษแต่บอลลอยข้ามคานออกไปไม่ไกล

โอกาสแรกของทีมเยือนในนาทีที่ 25 เควิน กาเมโร ลากบอลมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนโยนบอลเข้ามาหน้าปากประตู บอลไหลไปถึง อองตวน กรีซมันน์ ตามมาเก็บบอลและจ่ายกลับเข้ามาให้ ซาอูล นิเกวซ ได้ยิงแต่ไปติด เคโรนีโม รูยี โอกาสของเจ้าบ้านนาที 33 จากจังหวะที่ คาร์ลอส เวลา เลี้ยงตัดเข้าในก่อนจะจะยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งแฉลบแนวรับตราหมีข้ามคานไปแบบได้ลุ้น เวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังทำประตูกันไม่ได้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 53 เจ้าบ้านได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ กาบี้ ไปหวด ยูริ เบร์ชีเช ล้มลงในกรอบเขตโทษผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลุกจุดโทษ และเป็น คาร์ลอส เวลา รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าประตู เรอัล โซเซียดาดนำ 1-0 เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านมาได้ลูกจุดโทษที่สองในนาที 75 จากจังหวะบอลยาวมาถึง คาร์ลอส เวลา ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนเลี้ยงเข้าไปโดน อังเคล กอร์เรอา เตะล้มลงผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษอีกครั้ง คราวนี้เป็น วิลเลียน โชเซ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เรอัล โซเซียดาดหนีห่าง 2-0

โอกาสของทีมเยือนบ้างในนาที 79 จากจังหวะที่ ยานนิค การ์ราสโก้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนดึงบอลหนีตัวประกบแล้วได้ยิงด้วยซ้ายแต่บอลหลุดเสาออกไป โอกาสลุ้นของทีมตราหมีนาที 87 จากจังหวะที่ อองตวน กรีซมันน์ เลี้ยงตัดจากริมเส้นเข้ามาแล้วได้ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงแต่ เคโรนีโม รูยี ลอยตัวปัดทิ้งออกไปเข้าทาง ยานนิค การ์ราสโก้ ที่วิ่งตามาซ้ำก็ติดบล็อคกองหลังออกไปอีก

หมดเวลาการแข่งขันเป็นเรอัล โซเซียดาดเปิดบ้านเอาชนะแอตเลติโก มาดริดไปได้ 2-0 เก็บ 3 คะแนนเต็มมีเพิ่มเป็น 19 คะแนนรั้งอันดับ 6 ส่วนทีมตราหมีอยู่อันดับ 3 มี 21 แต้มเท่าเดิมพลาดโอกาสขึ้นจ่าฝูง