สตีเว่น เจอร์ราร์ด : อ็องตวน กรีซมันน์ ไปไหนก็ได้ให้ไกล ๆ แมนเชสเตอร์

26666-news-8748
สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ มารับจ๊อบร่วมกันเป็นพิธีกรภาคสนาม ในเกมระหว่าง เลสเตอร์ กับ แอต.มาดริด โดยทางพิธีกรได้ถามทั้งคู่ถึงเรื่อง อ็องตวน กรีซมันน์ ซึ่งทาง เจอร์ราร์ด ชิงเอาฮา โดยบอกว่ากองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสย้ายไปไหนก็ได้แต่ขอให้ไกล ๆ เมืองแมนเชสเตอร์สักหน่อย จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 19 เมษายน 2560

สำหรับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ นั้นได้มารับงานเป็นพิธีกรภาคสนามจำเป็นให้กับช่อง บีที สปอร์ต ในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งทางพิธีกรหลักอย่าง เดส เคลลี่ ก็ได้ยิงคำถามไปยังทางทั้งคู่ว่าถ้าเป็นเอเยนต์ของ อ็องตวน กรีซมันน์ และจะได้ส่วนแบ่ง 20% จากทั้งหมด อยากให้ตัวนักเตะย้ายไปไหน

โดยทาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็รีบชิงเอาฮาก่อนเลยว่า “อ็องตวน ย้ายไปไหนก็ได้แต่ให้ไกล ๆ แมนเชสเตอร์ หน่อยจะดีมาก” ซึ่งมุขนี้สามารถเรียกเสียงฮาได้จากทั้ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เดส เคลลี่ เลยทีเดียว

นอกจากนั้น อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูล ยังกล่าวเพิ่มอีกว่า “ก็จริงมั้ยล่ะ ถ้าหากว่าลิเวอร์พูลไม่ได้ตัวเขามาร่วมทีม การที่เขาจะไม่ไปที่นั่นมันก็ต้องดีต่อใจของแฟน ๆ อยู่แล้ว”

ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ บอกว่า “ถ้าจะย้ายมาแมนยูผมว่าก็ดีนะ”

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วอนแฟน เรอัล มาดริด เลิกโห่หลังยิงครบ 100 ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก

26664-news-4323
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกซูเปอร์สตาร์ เรอัล มาดริด วอนแฟนบอลเลิกโห่ตนเสียทีหลังพาทีมเข้ารอบ แถมยังยิงครบ 100 ประตูใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560

โรนัลโด้ สวมบทพระเอกยิงแฮตทริกให้ เรอัล มาดริด แซงเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-2 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 รวมผล 2 นัด “ราชันชุดขาว” เป็นฝ่ายเข้ารอบด้วยสกอร์ 6-3

โดยก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ โดนแฟนบอลทีมตัวเองโห่เนื่องจากปืนฝืดในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก มานานถึง 659 นาที แต่ใน 2 เกมที่ผ่านมาดาวเตะวัย 32 ปีทะลวงตาข่าย บาเยิร์น ไปคนเดียว 5 ประตู พร้อมสร้างสถิติยิงประตูครบ 100 ลูกในการลงเล่นถ้วยยุโรปรวมทุกรายการ และเป็นนักเตะรายแรกที่ยิงครบ 100 ลูกในถ้วย “บิ๊กเอียร์”

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กล่าวว่า “ผมแค่ต้องการให้พวกเขาเลิกโห่ผมเสียที ผมทำผลงานได้อย่างดีสุด ๆ แล้ว ผมทำงานหนัก และช่วยให้ เรอัล มาดริด ผ่านเข้ารอบ”

“ผมไม่ได้หมายความว่าสั่งให้พวกเขาเงียบปากอะไรแบบนั้น แต่ผมใช้เรื่องพวกนี้ไปเป็นพลังในทางบวก ทีมกำลังยอดเยี่ยม มันชัดเจนว่าเรากำลังเล่นกันได้ดี และผมก็มีความสุขกับประตูที่ทำได้”

สื่อตีข่าว มิคาเอล เอสเซียง – คาร์ลตัน โคล มีสิทธิ์ติดคุกที่อินโดนีเซีย

26665-news-7245
มิชาเอล เอสเซียง และ คาร์ลตัน โคล อดีตดาวเตะแห่ง พรีเมียร์ลีก ที่ปัจจุบันค้าแข้งกับ เปอร์ซิบ บันดุง สโมสรดังแห่งลีก อินโดนีเซีย ถึงคราวซวยอาจถึงขั้นติดคุก หลังทั้งคู่ทำผิดกฎหมายเข้าเมือง จากรายงานของ thesun.co.uk เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560

เอสเซียง และ โคล เพิ่งย้ายมาร่วมทัพ เปอร์ซิบ บันดุง เมื่อเดือนมีนาคม 2560 และเพิ่งลงประเดิมสนามให้กับต้นสังกัดใหม่ในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับ อเรมา เอฟซี่ 0-0 เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา

แต่ทว่าทางหน่วยงานนักกีฬาอาชีพของอินโดนีเซียตรวจสอบพบว่า ทั้งคู่ลงสนามช่วยสโมสรทั้งที่ถือใบอนุญาตทำงานไม่ถูกต้อง โดยยังไม่ได้รับใบอนุญาตทำงาน ซึ่งมีโทษเริ่มต้นตั้งแต่ปรับเงิน 30,000ปอนด์ (1.5 ล้านบาท) จนถึงสั่งจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

อย่างไรก็ตามสโมสร เปอร์ซิบ บันดุง ยืนยันว่าได้ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และกำลังหาทางออกเพื่อส่ง เอสเซียง และ โคล ลงเล่นในเกมต่อไปให้ได้

โดยทาง อูมูห์ มัชทาร์ กุนซือของ เปอร์ซิบ บันดุง กล่าวว่า “พวกเขามาเพื่อมอบความสุขให้กับพวกเราพวกเขาต้องการยกระดับลีกอินโดนีเซีย ทุกคนรู้ดีว่า เอสเซียง คือนักเตะระดับโลก ไม่ใช่ผู้ลี้ภัยที่ผิดกฎหมาย”

ชมชัดๆทุกช็อต “ชนาธิป สรงกระสินธ์” เกมฟัด “ญี่ปุ่น” คัดบอลโลก

โชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียวสำหรับ “เจ้าเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เกือบตลอดทั้งเกม ปั่นป่วนเจาะแนวรับเจ้าถิ่น ถึงขนาดที่สื่อแดนปลาดิบ ยกย่องให้เป็นผู้เล่นทีมชาติไทย ที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในเกมนี้

ซึ่งแม้ท้ายสุด “แข้งช้างศึก” ทีมชาติไทย จะเป็นฝ่ายแพ้ ญี่ปุ่น ไปแบบขาดลอย 0-4 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มบี เมื่อวันอังคารที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา

แต่เชื่อเหลือเกินว่าแฟนๆชาวไทย และแฟนบอล ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ สโมสรในเจลีก ญี่ปุ่น ที่เจ้าตัวจะเดินทางไปค้าแข้งในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ คงรับรู้ได้เป็นอย่างดีถึงความยอดเยี่ยมของดาวเตะร่างเล็กวัย 23 ปี รายนี้

เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า! “บิ๊กอ๊อด” เปิดใจหลัง “ช้างศึก” เก็บได้แต้มเดียว

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้กล่าวแสดงความขอบใจนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย โค้ชและทีมงานผู้ฝึกสอนตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกคน ที่ได้เสียสละทำหน้าที่อันมีเกียรติเป็นต้วแทนของคนไทยทั้งชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี

และได้แสดงความเห็นถึงผลการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ทีมชาติไทย พ่าย ให้กับทีมชาติญี่ปุ่น 0-4 ในการแข่งขันคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมโซนเอเซีย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 ณ เมืองไซตามะ รวมถึงผลการแข่งขันที่ผ่านมา 7 เกมซึ่ง ทีมชาติไทย ยังไม่พบกับชัยชนะเลย ว่า

“เรามีเพียง 1 แต้มจากการเสมอกับทีมชาติออสเตรเลีย และยังคงเหลือเกมการแข่งขันอีก 3 เกม นั่นเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะบอกได้ว่าทีมชาติไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น”

“มีหลายสิ่งหลายอย่างที่รอรับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง และเป็นระบบเสียที โดยเฉพาะรัฐบาลควรจะเข้ามามีส่วนร่วมและให้การสนับสนุนกีฬาฟุตบอลอย่างจริงจังและมากกว่าที่เป็นอยู่ใจปัจจุบัน”

“ถ้าหากเราต้องการที่จะเห็นทีมชาติไทยก้าวขึ้นไปยืนในระดับแนวหน้าของทวีปเอเซีย และไปถึงฝัน คือ ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลายคนคงต้องรีบพิจารณาตัวเอง เลิกเห็นแก่ตัวเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง หันกลับมามองประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นหลัก”

“ผมไม่คิดโทษใคร ไม่ต้องการซ้ำเติมใคร และต้องการให้กำลังใจกันในทุกโอกาส แม้จะพ่ายแพ้ในเกมการแข่งขัน”

“แต่เวลานี้ อาจถึงเวลาที่เราต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า มาถึงจุดที่ต้องร่วมกันเสียสละ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย เพื่อความฝันของคนไทยทั้งชาติจะได้เป็นจริงเสียที”

“เพราะทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทั้งชาติ”

“ส่วนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าผู้ฝึกสอน และทีมงานตลอดจนการเปลี่ยนแปลงนักเตะทีมชาติ นั้น ยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับคุณเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เลย”

“เพราะหลังจากจบการแข่งขันที่ไซตามะ ผมได้ลงไปพบและให้กำลังใจน้องๆ นักเตะในห้องพักนักกีฬา ส่วนกับคุณเกียรติศักดิ์ ซึ่งกำลังรีบไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังเกมการแข่งขัน ถึงขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันถึงอนาคตของทีมชาติไทยเลย คงจะต้องมีการหารือกันในเร็วๆ นี้”

“12 ทีมชาติ” ที่มีค่าตัวนักเตะรวมกัน “แพงที่สุด” ในโลก

ฉะนั้นแล้ว เดอะ เทเลกราฟ  สื่อชั้นนำของอังกฤษจึงได้นำเอามูลค่าของผู้เล่นจากแต่ละทีมชาติมารวมกันเพื่อให้เราได้ทราบว่า ทีมชาติไหนที่มีค่าตัวนักเตะรวมกันแล้ว “แพง” ที่สุด

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวคือการนำค่าตัวตอนย้ายทีมในทุก ๆ ครั้งของแต่ละคนมารวบรวมกัน ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจมากว่า บางคนอาจจะไม่ได้เก่งกาจที่สุด แต่เมื่อมีการย้ายทีมหลาย ๆ ครั้ง มูลค่ารวมของเขากลับสูงลิบลิ่วจนแข้งระดับโลกบางคนเทียบไม่ได้ก็มี

ทีนี้เราลองมาดูกันว่าทีมชาติไหนที่มีค่าตัวของผู้เล่นรวมกันสูงที่สุด ณ เวลานี้

** ค่าตัวของแต่ละคน นับรวมจากการซื้อ-ขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงอาชีพค้าแข้ง
** มูลค่าการย้ายทีมรวมของผู้เล่นแต่ละคนอ้างอิงจากเว็บไซต์ Transfermarkt.co.uk
** หน่วยเงินคิดเป็น – ปอนด์ –
** นับตัวผู้เล่นแค่ 11 คนที่พยายามคัดสรรแล้วว่าน่าจะเป็นตัวจริงในตำแหน่งนั้น ๆ

แรงผลักดันอันแรงกล้าของฟุตบอลญี่ปุ่น

หลังจากชมฟุตบอลระหว่าง “ทีมชาติไทย” กับ “ทีมชาติญี่ปุ่น” ซึ่งขุนพลช้างศึกแพ้แบบต้องยอมรับความจริง 0-4 ก็เกิดคำถามว่าทำไมวงการฟุตบอลของประเทศนี้ถึงพัฒนาขึ้นมาเร็วมากด้วยระยะเวลาประมาณ 20 ปี จากทีมประเภทลูกกระจ็อกหรือสมันน้อยของเอเชีย จนกลายเป็นทีมระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว

ถ้าถามแฟนฟุตบอลรุ่นเดอะเกินหลัก 5 หลัก 6 ขึ้นไป เชื่อว่าทุกคนอาจจะจำได้ว่า เวลาเราเจอขุนพลซามูไร เป็นปกติที่เราจะไล่ถล่มคู่แข่งกันเลยทีเดียว แต่พอมายุคนี้ต้องยอมรับว่านี้คือ “เบอร์ 1 ของเอเชีย” ซึ่งตลอด 3 วันที่สัมผัสกับกลิ่นอายกับฟุตบอลญี่ปุ่น พอสรุปได้คร่าวๆดังนั้น
สิ่งที่เห็นจากฟุตบอลญี่ปุ่นคือ “แรงผลักดัน” ซึ่งคนญี่ปุ่นอยากเห็นฟุตบอลของเค้าไปอยู่ในระดับโลกจนเป็น “ความฝัน” ของชาวแดนอาทิตย์อุทัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เห็นได้จากพวกการ์ตูนฟุตบอลต่างๆที่ออกมาแต่ที่ดังที่สุดคงหนีไม่พ้น “กับตันซึบาสะ” ที่คอการ์ตูนชาวไทยรู้จักไม่น้อย

ทำไมต้อง “การ์ตูน” ส่วนนึงมองว่า เป้าหมายของคนที่อ่านการ์ตูนคือบรรดาเด็กผู้ชายที่กำลังโตขึ้นมาซึ่งถ้าได้อ่านการ์ตูนฟุตบอลต่างๆ น่าจะทำให้อยากเห็นทีมชาติจริงๆของตัวเองประสบความสำเร็จเหมือนในการ์ตูน โดยเฉพาะภาพที่เห็นนักเตะเดินเข้าสู่สนามในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และก็เป็นจริงในปัจจุบันแล้ว
นอกจากภาพของทีมชาติญี่ปุ่นไปเล่นฟุตบอลโลก ก็ยังมีการ์ตูนที่เห็นนักเตะไปเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปทั้งหลาย อย่างเช่น เรื่อง “วีว่า กัลโช่” ที่พระเอกไปเล่นฟุตบอลในลีก อิตาลีซึ่งเป็นลีกอันดับ 1ของโลกในแง่ของศาสตร์ฟุตบอลเมื่อยุค 20-30 ปีที่แล้ว

เรื่องนี้ก็คงเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เราเห็นนักเตะสัญชาติซามูไรหลายคนค้าแข้งอยู่ในยุโรปในปัจจุบันไม่ว่าจะลีกไหน ไม่ใช่แค่ “กัลโช่ เซเรียอา” เพียงลีกเดียว อย่างนักเตะ 23 คนที่ “วาฮิต ซาลิฮ็อตซิส” กุนซือชาวบอสเนียของทีมเข้ามาติดทีมในฟีฟ่าเดย์สัปดาห์นี้มีนักเตะที่เล่นในยุโรปถึง 11 คนด้วยกัน

ที่สำคัญนักเตะเหล่านี้ไม่ได้ไปย้ายทีมเพราะเหตุผลทางการค้าหรือเป้าหมายการตลาดเอเชียเพียงอย่างเดียวเหมือนสมัยก่อน แต่ทีมในยุโรปก็ยอมรับในฝีเท้าของนักเตะปลาดิบ เห็นได้จากหลายคนที่เป็นนักเตะตัวหลักของสโมสรเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ “ชินจิ คากาวะ” “เกงกิ ฮารากูชิ” “ทาคามิ อาซาชิ” “โกโตกุ ซากาอิ” ที่เล่นในลีกเมืองเบียร์ “บุนเดสลีกา” หรือในลีกอันดับ 1 ยุคนี้ “พรีเมียร์ลีก” ก็มี “มายะ โยชิดะ” กับ ชินกิ โอกาซากิ”
มุมมองของคนญี่ปุ่นต่อกีฬาชนิดนี้ที่ผมชอบ แตกต่างจากหลายๆประเทศเพราะจากป้ายโฆษณาที่น่าจะเป็นของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นในสนามที่สังเกตุในเกมวันก่อน คือ ป้ายที่เขียว่า “One Asia One Goal” ซึ่งความหมายให้ความรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

โดย “โร้ดแมป” ของสมาคมฟุตบอลที่นี้หลังจากนี้ใช้ “ความฝัน” เป็นแรงขับดัน กับภาพของนักฟุตบอลญี่ปุ่นคว้าแชมป์โลก ต้องบอกก่อนว่า “ทีมฟุตบอลหญิงของญี่ปุ่น” ได้แชมป์โลกไปแล้ว เมื่อปี 2011

ส่วนฟุตบอลชายคือ ภายในปี 2050 ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ขุนพลซามูไรยกระดับจากทีมประเภทแจกแต้มในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายขึ้นมาเป็นม้ามืด โอกาสเห็นทีมจากเอเชียคว้าแชมป์โลกก็มีโอกาสเป็นไปได้ในชาตินี้ครับ

ว่ายน้ำตั้งเป้าเหรียญทองมากกว่าเดิม

นับเป็นเวลาล่วงมากว่า 10 ปีแล้ว ที่ทัพว่ายน้ำไทยสูญเสียความเป็นเจ้าสระในกีฬาซีเกมส์ให้กับประเทศคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า เหตุมาจากว่าขาดการปั้นดาวรุ่งขึ้นมาทดแทนนักกีฬารุ่นพี่ ทำให้ช่องว่างระหว่างนักกีฬาเก่ากับสายเลือดใหม่มีความห่างจนตามกันไม่ทัน

ในซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ซึ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นเจ้าภาพ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งที่ทีมว่ายน้ำไทยประสบกับความตกต่ำที่สุดแล้ว เมื่อคว้าเหรียญทองได้เพียงแค่ 2 เหรียญจาก ”เงือกอุ้ม” ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง และ ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ เท่านั้น
กระทั่งนักกีฬาที่ได้ชื่อว่าฟิตที่สุดอย่าง ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง ยังทำได้เท่านี้ ทำให้หลายฝ่ายจ้องมองอย่างคลางแคลงว่า นักว่ายน้ำของไทยที่เก่งๆ สูญพันธุ์ไปหมดสิ้นแล้วหรือ?
หากจะตอบว่า ”ใช่” ก็จะเป็นการทำร้ายจิตใจกันจนเกินไป เนื่องจากบรรดาดาวรุ่งที่ฝีมือดีและกำลังจะก้าวขึ้นมาสู่ทำเนียบทีมชาติชุดใหญ่ หลายคนต่างก็โชว์ผลงานในการแข่งขันระดับเยาวชนให้ได้ชื่นใจกันเช่น ในรายการ ”ซีเอจกรุ๊ป” ที่ยังอุตส่าห์มีคนค่อนขอดว่าเป็นเหมือนกีฬาสีของเด็กในอาเซียนเท่านั้น
ถ้าไม่สนใจกับคำค่อนขอดนั้นแล้ว หันกลับไปมองสถิติที่เด็กไทยทำเอาไว้ พร้อมกับครองความเป็นแชมป์เจ้าสระซีเอจมากว่า 5 สมัยติดต่อกัน เอาชนะทีมสิงคโปร์ได้อย่างราบคาบก็ถือได้ว่า วัฏจักรแห่งความสำเร็จกำลังจะวนกลับมาอยู่ที่ทีมว่ายน้ำไทยอีกครั้ง เพียงแต่ว่าสมาคมว่ายน้ำฯ จะบริหารจัดการอย่างไรให้พัฒนาการของนักกีฬาไทยไม่สะดุดหยุดลงระหว่างทางเหมือนที่ผ่านมา
ความหวังของทีมไทยในชุดนี้ แน่นอนว่าตกอยู่ที่ ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ และ ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง เนื่องจากเป็นนักกีฬาที่มีผลงานดีที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในรายการล่าสุดอย่าง ”ฮ่องกง โอเพ่น” ที่สามารถสร้างสถิติประเทศไทยขึ้นมาใหม่ได้
ส่วนดาวรุ่งอย่าง เบญจพร ศรีพนมธร, สาริศ ธิวงศ์, เจนจิรา ศรีสอาด, ชะวัลนุช สลับลึก และ เพียงขวัญ ปะวะโพตะโก ถึงแม้ว่าผลงานในช่วงหลังจะชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเหตุที่ว่าซีเกมส์เป็นการแข่งขันแบบโอเพ่น ไม่ใช่ประเภทจำกัดอายุ ดังนั้นครั้งนี้หากจะหวังถึงเหรียญทองคงจะเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันเหนื่อย แต่ในอีก 2 ปีข้างหน้าจับตาดูนักกีฬากลุ่มนี้ไว้ให้ดี เพราะนี่คือขุมกำลังสำคัญของวงการว่ายน้ำไทย
ดังนั้นดังที่ ”โค้ชตึก” ธนาวิชญ์ โถสกุล พ่อบ้านสมาคมว่ายน้ำฯ ได้กล่าวไว้ว่า ขอเพียงให้ได้เหรียญทองมากกว่าซีเกมส์ครั้งที่แล้วซึ่งมีเพียง 2 เหรียญเท่านั้น โดยครั้งนี้ยังมองไปที่ประเภททีมผลัดหญิงมากกว่าที่จะเป็นประเภทบุคคล
หันมาดูที่กีฬากระโดดน้ำกันบ้าง ทีมชุดนี้เหลือตัวเก๋าอย่าง สุชาติ พิชิ เพียงคนเดียว ส่วน สุขฤทัย ธรรมโอรส นั้น เลิกรับใช้ทีมชาติไปแล้ว เนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง คงเหลือให้ ”เจ้าชาติ” ต้องประคองรุ่นน้องฝ่าด่านอรหันต์ไปให้ได้ ที่น่าจะมีลุ้นที่สุดก็คงจะเป็นสุชาติเอง ส่วนจะถึงเหรียญทองหรือไม่ คำตอบคือ ค่อนข้างจะยาก เนื่องจากอายุที่มากขึ้นของเจ้าตัว บวกกับในเมืองไทยไม่มีรายการแข่งขันกระโดดน้ำให้นักกีฬาได้ลงแข่งขันเพื่อทดสอบตัวเอง เมื่อไม่มีแมตช์ให้ลงแข่งนักกีฬาก็ไม่รู้ว่าจะซ้อมไปทำไม เมื่อไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่อง พัฒนาการต่างๆ ก็หดหายไปเป็นเรื่องธรรมดา โอกาสของ ”เจ้าชาติ” ที่จะซิวเหรียญทองได้บอกได้เลยว่า ”เหนื่อย” ส่วนเด็กใหม่ก็ล้วนแต่เป็นน้องใหม่หัดโดดกันเกือบทั้งสิ้น เรื่องจะได้เหรียญอาจต้องเก็บไว้เป็นความฝันกันต่อไป ถ้าหากยังไม่ให้ความสำคัญกับกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจังเสียที
กับโปโลน้ำ ที่เป็นสายเลือดใหม่ อาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้ได้บ้าง เพราะนอกจากกีฬาว่ายน้ำแล้ว โปโลน้ำ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่พยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา แม้ว่างบประมาณจะน้อย นักกีฬามีให้เลือกไม่มาก แมตช์ในประเทศไม่ต้องพูดถึง แข่งกันปีละครั้งสองครั้ง มีอยู่ไม่กี่ทีม โอกาสที่จะพัฒนาฝีมือให้ก้าวไปไกลในระดับนานาชาติก็ค่อนข้างจะยาก ถ้าหากซีเกมส์ครั้งนี้มีเหรียญห้อยคอกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญอะไรก็ถือว่า ”หล่อ” แล้ว
ระบำใต้น้ำของไทย ที่อาจจะมีคนรู้จักอยู่ในวงแคบๆ (ต้องย้ำว่าแคบมาก) โอกาสที่จะเบียดคู่ต่อสู่อย่างมาเลเซีย, สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ขึ้นแป้นรับเหรียญนั้นค่อนข้างจะสาหัสสากรรจ์อยู่ แม้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาชนิดนี้จะพยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนหาทางส่งทีมออกไปแข่งยังต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง เพื่อยกระดับของทีมให้ก้าวหน้าขึ้น แต่กับความสำเร็จในเวทีนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ยากอยู่สักหน่อย
มากกว่า 2 เหรียญทองของทีมว่ายน้ำไทยในครั้งนี้ อาจจะมีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมส่งใจไปเชียร์ฉลามหนุ่มและเงือกสาวของเราให้กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้เสียที
อย่าให้ถึงกับตั้งคำถามว่า ระหว่างทีมบอลไทยจะได้ไปเตะฟุตบอลโลก กับ ทีมว่ายน้ำไทยเป็นเจ้าสระซีเกมส์ อย่างไหนจะมาถึงก่อนกัน

ทหาร ตำรวจ บุกทลายบ่อนออนไลน์ กลางกรุง รวบ 19 นักพนัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกทลายบ่อนออนไลน์ อยู่ในอาคารหลังห้างพาต้าปิ่นเกล้า จับกุมนักพนันได้ 19 ราย พร้อมอุปกรณ์การพนัน

วันที่ 16 มี.ค. 60 เมื่อเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร รวม 30 นาย เข้าตรวจสอบอาคารไม่มีเลขที่ กลางซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบเล่นการพนัน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารสูงชั้นเดียว ตั้งอยู่ด้านหลังห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังบุกเข้าไปพบนักพนันจำนวนหนึ่งกำลังสุมหัวกันเล่นพนันออนไลน์ตามโต๊ะคอมพิวเตอร์ จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม เบื้องต้นสามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น รวม 19 คน แบ่งเป็นชาย 13 คน และ หญิง 6 คน ตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะได้ จำนวน 17 ชุด นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินการตามกฎหมาย
ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันออนไลน์ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต แก่ผู้ต้องหาทั้ง 19 คน ก่อนคุมตัวส่งศาลในวันพรุ่งนี้

จากการสอบถามนักพนันทั้งหมด มี น.ส.อวยพร โสดา หนึ่งในผู้ต้องหา ยอมรับว่าเป็นเจ้ามือ โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทำการบุกเข้าจับกุมนั้น ทุกคนกำลังเล่นพนันออนไลน์กันอยู่โดยยังไม่มีการรวบรวมแต้มได้เสียไปจ่ายเงินหรือรับเงินจากเจ้ามือแต่อย่างใด ซึ่งตำรวจจะขยายผลต่อไปว่าผู้ใดเป็นเจ้าของบ่อนเพื่อตามหาตัวมาดำเนินคดีด้วยเช่นกัน

กระชับความสัมพันธ์! “ไทย-ญี่ปุ่น” ลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศ

วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 13.00 น. ณ JFA House จังหวัดโตเกียว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมกับ สมาคมฟุตบอลประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงร่วมกันสนับสนุนและผลักดันความสำเร็จในกีฬาฟุตบอลของทั้งสองประเทศ

การลงนามครั้งนี้ได้ประกอบไปด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย, คุณ วิทยา เลาหกุล อุปนายกฯฝ่ายพัฒนาเทคนิค, คุณ พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ และ ทาชิมะ โคโซ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศญี่ปุ่น

ทาชิมะ โคโซ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “ณ ตอนนี้มีนักเตะญี่ปุ่นกว่า 70 คน ที่ไปค้าแข้งในประเทศไทย ขอขอบคุณทั้งสโมสรและแฟนบอลไทย ที่ต้อนรับและดูแลนักฟุตบอลญี่ปุ่นอย่างดีและอบอุ่น สำหรับปีนี้ มีนักไทยเข้ามาเล่นที่ คาโงชิม่า และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่จะไปเล่นกับ คอนซาโดเล ซัปโปโร เราก็หวังอย่างยิ่งว่าจะมีนักฟุตบอลไทยเข้ามาเล่นในญี่ปุ่นอีก สำหรับวันนี้ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ลงนาม MOU ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น”
“เราพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหลายๆด้าน เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลระหว่างประเทศในทุกๆด้าน สาเหตุที่เราตัดสินใจสร้างความสัมพันธ์กันครั้งนี้ เพราะท่าน สมยศ คนนี้ ซึ่งมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและอบอุ่น รวมถึงมีทัศนคติที่ดีในการพัฒนาประเทศ และเป็นคนที่ผมนับถือมาก สุดท้ายคืนนี้มีการแข่งขันที่สำคัญมาก ไทยเป็นทีมเดียวจากอาเซียนที่เข้ามาถึงรอบนี้ หวังว่าการแข่งขันวันนี้จะสนุกและยุติธรรม ขอบคุณมากครับ”

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผมต้องขอขอบคุณสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น สำหรับการต้อนรับที่แสนจะอบอุ่น และเต็มไปด้วยมิตรภาพที่ดีต่อพวกเรา เป็นที่ทราบกันดีสำหรับประชาชนชาวญี่ปุ่น และประชาชนชาวไทย ว่าทั้งสองประเทศที่ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีต่อกันกว่า 130 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชวงศ์ของไทยและญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์ที่ดีและลึกซึ้งต่อกันมาอย่างยาวนาน ทั้งสองประเทศช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวไทยต่างซาบซึ้งกับจักพรรดิ์ของประเทศญี่ปุ่น ที่เดินทางไปเคารพพระบรมศพของในหลวง รัชกาลที่ 9 เมื่อเร็วๆนี้”

“สิ่งที่ผมได้กล่าวมนี้ ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พี่น้องชาวไทยมีความรู้สึกอย่างไรต่อประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่ผมได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฟุตบอล ผมได้พยายามเรียนรู้และมองประเทศญี่ปุ่นเป็นแบบอย่างในการพัฒนากีฬาฟุตบอล เพราะทราบดีว่ากีฬาฟุตบอลที่ทางสมาคมฟุตบอลประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนามาอย่างยาวนาน 20 ปี และวันนี้ สิ่งที่คนญี่ปุ่นอดทนรอคอยมาอย่างยาวนานนาน แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นทีมอันดับ 1 ของเอเชีย สามารถผลิตนักกีฬาไปเล่นในยุโรปและอเมริกาได้เป็นจำนวนมาก ผมจึงยึดญี่ปุ่นเป็นแบบอย่าง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า วันหนึ่งทีมชาติไทยจะมายืนอยู่แถวหน้าแบบทีมชาติญี่ปุ่นได้”
“เมื่อเราอยากประสบความสำเร็จเหมือนทีมชาติญี่ปุ่น และใช้พวกเขาเป็นแบบอย่าง มันจึงขาดการได้รับการสนับสนุนจากสมาคมญี่ปุ่นได้ หลังจากหนึ่งปีผ่านไป ภายใต้ความสัมพันธ์ที่ดี และเป็นชาวเอเชียด้วยกัน ทำให้เราเรียนรู้กัน และผูกไมตรีต่อกันได้อย่างรวดเร็ว และผมก็ได้รู้มาว่าทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทางนายกสมาคมของญี่ปุ่น ก็ให้การสนับสนุนประเทศไทยมาโดยตลอด ต้องขอขอบคุณท่านไว้ในโอกาสนี้ด้วยครับ”

“ในอดีตที่ผ่านมา มีความช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนระหว่างสโมสร ทั้งสุพรรณบุรี, ชลบุรี และบางกอกกล๊าส รวมถึงล่าสุดคือ เอฟซี โตเกียว ที่ลงนามความร่วมมือกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ผมได้ไปร่วมงานด้วย สำหรับวันนี้นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาฟุตบอลระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกัน ผมเชื่อว่าภายใต้ข้อตกลงในวันนี้ จะนำไปสู่การพัฒนากีฬาฟุตบอลของประเทศไทยและญี่ปุ่นได้อย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางสมาคมฟุตบอลญีปุ่นจะให้ความสนับสนุนในทุกๆด้านอย่างดี”

รายละเอียดและข้อตกลงใน MoU ระหว่างสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยและญี่ปุ่นนั้น ประกอบไปด้วย

1. การดำเนินงานของลีก
– ดำเนินการตาม MOU ระหว่าง ไทยลีก และ เจลีก ซึ่งจะถูกเซ็นบันทึกข้อตกลงไว้อีกหนึ่งฉบับ

2. พัฒนาทีมชาติ
– สนับสนุนและแลกเปลี่ยนความรู้ในการบริหารจัดการของทีมชาติ
– ให้ความช่วยเหลือในด้านเทคนิค, โลจิสติกส์, สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เวลาที่ทีมชาติของทั้งสองประเทศ (ฟุตบอลชาย, ฟุตบอลหญิง, ฟุตซอล และฟุตบอลชายหาด) เดินทางมาซ้อมหรือเก็บตัวในประเทศนั้นๆ

3. แลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญดังต่อไปนี้
– การอบรมโค้ช/ผู้ฝึกสอน
– การพัฒนาระบบเยาวชน
– โปรเจ็คสำหรับระดับรากหญ้า
– การจัดการการแข่งขัน
– การตลาด
– การพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างขององกรณ์
– การจัดการและการดำเนินการของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับเกมฟุตบอล

4. การพัฒนาและการแลกเปลี่ยนในส่วนของผู้ตัดสิน

5. ศึกษาโปรเจ็คแลกเปลี่ยนในด้านเทคนิคต่างๆ, บุคลากรและการจัดการเจ้าหน้าที่ รวมถึงสโมสรพาร์ทเนอร์จากทั้งสองประเทศ