กองสลาก ผุดไอเดียสร้างคอมเพล็กซ์รวมคาสิโน

นายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่มาเก๊า ว่าสำนักงานสลากฯ มีแนวคิดที่จะให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 มาตรา 5 และมาตรา 22 โดยขอนายสมชาย พูลสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง อดีตประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนำเรื่องดังกล่าวหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อไป

นายวันชัย กล่าวว่าการแก้ไขมาตรา 5 วัตถุประสงค์การตั้งสำนักงานเพื่อให้มีขอบข่ายในการทำกิจการที่กว้างยิ่งขึ้นโดยจะต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะทำให้สำนักงานสลากฯ สามารถดำเนินกิจการได้หลากหลายครอบคลุมถึงการตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถเข้าไปใช้บริการได้ เพราะจะรวมบริการต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันทั้งชอปปิ้งมอลล์ โรงเรียนกวดวิชา สนามกอล์ฟ และธุรกิจบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในมาเก๊า เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ จ่ายภาษีให้รัฐบาลถึงกว่าร้อยละ 30 จนรัฐบาลนำเงินมาสร้างสาธารณูปโภคพัฒนาประเทศได้

สำหรับพื้นที่ที่สำนักงานสลากเห็นว่า น่าจะตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ในประเทศไทย คือ ทุ่งกุลาร้องไห้ เพราะไม่เหมาะกับการทำการเกษตรกรรม การมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์เกิดขึ้นซึ่งอาจอยู่ในรูปการลงทุนของเอกชนที่รับสัมปทาน จะช่วยสร้างงานอีกจำนวนมาก และรัฐบาลได้ภาษีไปพัฒนาประเทศ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีคาสิโนรายล้อมประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น ที่ในขณะที่ไทยมีความพร้อมมากกว่าทั้งทรัพยากรธรรมชาติ การเป็นศูนย์กลางการเดินทาง และวัฒนธรรม ขนธรรมเนียมประเพณี และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานส่วนการแก้ไขมาตรา 22 แก้ไขเฉพาะประเด็นการนำส่งเงินรายได้เข้าแผ่นดิน โดยจะขอปรับลดจากปัจจุบันส่งร้อยละ 28 ให้เหลือร้อยละ 25 ลดลงร้อยละ 3 โดยจะนำเงินส่วนนี้มาจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสังคมในรูปแบบต่าง ๆ การใช้เงินจะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกองทุน

นายวันชัย กล่าวถึงสลากออนไลน์ว่า สำนักงานสลากฯ พร้อมที่จะเดินหน้า ขณะนี้รอนโยบายจากรัฐบาลเท่านั้น ส่วนปัญหาสลากฯ ขายเกินราคานั้น เรื่องดังกล่าวสะท้อนว่าจำนวนสลากที่พิมพ์ทั้งสิ้น 68 ล้านฉบับในขณะนี้ยังไม่เพียงพอ ส่วนการจะเพิ่มจำนวนพิมพ์ขึ้นไปอีกนั้นก็จะเพิ่มได้คราวละ 4 ล้านฉบับ และสูงสุดไม่เกิน 72-72 ล้านฉบับต่องวดเท่านั้น หากเพิ่มถึง 80 ล้านฉบับเชื่อว่าจะเกินกว่าความต้องการของตลาดเพราะเกินกำลังซื้อของประชาชน

แม่ยังไม่เผาศพ น้องปอนด์ รอดูการทำงานตำรวจ ลั่นลูกคงนอนตายตาไม่หลับ

แม่เผยยังไม่เผาศพ น้องปอนด์ เพื่อรอดูการทำงานของตำรวจ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ลั่นวิญญาณลูกคงนอนตายตาไม่หลับ

จากกรณี ข่าวฆ่าหนุ่มศิลปากร ที่แก๊งวัยรุ่น 18 คน ยกพวกรุมฆ่าโหด นายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี หรือ น้องปอนด์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้ไขควงแทงศีรษะ รวมถึงยังใช้มีดสปาต้าฟันทำร้ายเพื่อนของผู้ตายที่อยู่ในห้องจนบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาผู้ก่อเหตุทั้ง 18 คน ได้เข้ามอบตัวทั้งหมดแล้ว
ล่าสุด วันที่ 6 มีนาคม 2560 นางอารีรัตน์ ชมโลก มารดาของน้องปอนด์ เผยว่า ตนจะเก็บศพลูกชายเอาไว้ก่อน ถึงแม้ว่าจะมีพิธีสวดบำเพ็ญกุศลตามศาสนาแล้ว แต่จะไม่มีวันเผาศพลูกตอนนี้แน่นอน เพื่อรอดูการทำงานของตำรวจให้ถึงที่สุดจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมและเป็นที่น่าพอใจ ตนเชื่อว่าวิญญาณลูกชายคงจะนอนตายตาไม่หลับเช่นเดียวกับตน ขณะที่เพื่อนน้องปอนด์ ซึ่งถูกรุมทำร้ายในห้องพัก 3 คน ได้เดินทางมาแจ้งความเพิ่ม แต่พนักงานสอบสวน ชี้แจงว่า มีสำนวนคดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแจ้งเพิ่ม

โดย 1 ใน 3 นักศึกษาที่ถูกรุมทำร้าย เล่าว่า คืนเกิดเหตุมีเสียงเรียกจากนอกห้องจึงไปเปิดประตู ก่อนถูกแก๊งวัยรุ่น 18 คน พุ่งปรี่เข้ามาถามหาเพื่อนอีกคน ตนก็บอกว่าไม่อยู่ แต่คนกลุ่มนั้นกลับรุมทำร้ายร่างกาย มีทั้งมีด, ขวด, เหล็กแหลม, ไขควง ตอนที่เห็นสภาพปอนด์ ทั้งตกใจและช็อกมาก ส่วนสาเหตุคิดว่าเรื่องชู้สาวก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่อีกปัจจัยก็คืออีกฝ่ายอาจผูกใจเจ็บ ที่เพื่อนอีกคนเคยเข้าไปห้ามศึกตอนที่พวกเขามีเรื่องกับรุ่นน้อง แต่ทำไมปอนด์ต้องมารับเคราะห์แทนด้วย

จนท.เจรจามวลชนตลาดคลองหลวง

เจ้าหน้าที่เจรจามวลชนตลาดกลางคลองหลวง หลังวางมาตรการตรวจเข้มในพื้นที่

ความเคลื่อนไหวที่ตลาดกลางคลองหลวง จ.ปทุมธานี ล่าสุด กลุ่มพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ที่ปักหลักอยู่ในตลาดกลางคลองหลวง ได้ตั้งแถวเดินออกมาประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่ บริเวณพื้นที่ด้านข้างตลาดฯ หลังก่อนหน้านี้ เกิดความวุ่นวายขึ้น บริเวณจุดคัดกรอง ที่เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจบัตรประชาชนพร้อมบันทึกภาพกลุ่มลูกศิษย์ที่จะเดินทางเข้ามาในตลาดกลาง แต่ลูกศิษย์บางส่วนได้แสดงความไม่พอใจ กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พยายามประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนที่ต้องการเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาค่อนข้างหละหลวม ประกอบกับพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ จึงมีความจำเป็นที่จะตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแทนพระสงฆ์ มาทำการพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อหาทางออกในการเข้าพื้นที่ เนื่องจากทางตัวแทนพระสงฆ์ระบุว่า การที่เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเข้ม บันทึกภาพ และขอดูบัตรประจำตัวประชาชนทำให้ลูกศิษย์เกิดความกังวล ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการหารือ

ส่วนบริเวณด้านหน้าตลาดกลางคลองหลวง ยังมีลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ปักหลักอยู่จำนวนหนึ่งนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่แต่บุคคลที่มีความประสงค์จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน และปฏิบัติตามระะเบียบที่เจ้าหน้าที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

ขณะที่กรณี วัดพระธรรมกาย นัดสื่อมวลชนแถลงจุดยืน บริเวณประตู 5 และประตู 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว ระบุว่า มีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการแถลงข่าว พร้อมจำกัดพื้นที่ไม่ให้บุคคลเข้ามาในพื้นที่ และวางกำลังกั้งแผงรั้วเหล็กกว่า 3 ชั้นอย่างเข้มงวด